ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ระบุ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ....เพื่อส่งเสริมการผลิตอากาศยานและส่วนประกอบของอากาศยาน รวมถึงการซ่อมบำรุงอากาศยาน ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายที่สนับสนุนการลงทุนของอุตสาหกรรมการผลิตอากาศยานและส่วนประกอบการสำคัญของอากาศยาน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างโอกาสในอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน แต่ที่ผ่านมาติดเงื่อนไขข้อกำหนดว่าต้องมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นในกิจการหรือบริษัทในสัดส่วนเกินกว่า 51% ซึ่งทำให้บริษัทจากต่างประเทศยังไม่เข้ามาลงทุนมากนัก โดย ครม.เห็นชอบให้ปลดล็อกให้ถือหุ้นสูงสุดได้ 100%
กิจการที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นข้างมากได้ตาม พ.ร.บ.นี้ คือธุรกิจผลิตอากาศยานทั้งลำประเภทที่ 1 ที่มีขนาดมวลวิ่ง 5,700 กิโลกรัมขึ้นไป กิจการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอากาศยาน และการซ่อมบำรุงอากาศยานหรือเอ็มอาร์โอ
บริษัทที่จะมีการลงทุนต้องได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการการลงทุน หรือบีโอไอ ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการไทย
ปัจจุบันมีผู้ผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน 26 ราย และผู้ประกอบการผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน 14 ราย ซึ่งข้อมูลจากบีโอไอระบุว่า ณ วันที่ 2 ต.ค.2561 มีมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ 2.3 หมื่นล้านบาท
หาก พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้จะส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งผ่อนคลายเรื่องคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขออนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบของอากาศยานและผู้ขอใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่ 1 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและเกิดการถ่อยทอดเทคโนโลยีในกิจการดังกล่าวซึ่งจะเกิดผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ของประเทศไทยในอนาคต
ส่วนผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบการสำคัญที่ดำเนินการอยู่ในไทย จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากมีการเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลเพื่อให้ผู้ผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานอยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ให้ทำการผลิตต่อไปได้ แต่ต้องยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ภายใน 180 วันหลังจากที่พ.ร.บ.บังคับใช้ และให้ กพท.พิจารณาภายใน 2 ปีนับตั้งแต่ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้
รวมทั้งกิจการของผู้ผลิตอากาศยานหรือส่วนประกอบสำคัญที่ได้รับใบอนุญาติให้ผลิตหรือซ่อมอากาศยานประเภทที่1 สามารถดำเนินการได้ต่อไปโดยยื่นคำขอต่อ กพท.เช่นกัน โดยให้ประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้อำนวยการจะแจ้งไม่รับรองการดำเนินงาน