ในคดีดังกล่าว สำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกรมสรรพากร ให้ดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำความผิดในเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งกรมสรรพากรได้ตรวจสอบการชำระภาษีของบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2554 -2559 พบว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีเป็นวงเงินกว่า 7,000 ล้านบาท อันเป็นความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามมาตรา 37ตรี แห่งประมวลรัษฎากรให้ถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัพย์สินที่อายัดในครั้งนี้สำนักงาน ปปง.จะดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป ซึ่งในส่วนของบริษัทจำหน่ายเครื่องประดับและอัญมณี ยังคงสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ ทั้งนี้หากประชาชนพบการกระทำความผิดสามารถแจ้งเบาะแสมายังสำนักงาน ปปง.ได้ที่สายด่วน ปปง.1710
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวเสริมว่า ในส่วนของตนได้รับมอบหมายให้มาดูแลในเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยและอำนวยความความสะดวกในฐานะผู้รักษากฎหมาย เนื่องจากการดำเนินการทั้งหมดเป็นอำนาจของ ปปง. ในการเข้ามาดูแลทรัพย์สินต่างๆ ที่มีการอายัดตามคำสั่งศาล ส่วนการทำธุรกิจก็ยังคงดำเนินการได้ตามปกติภายใต้ กฎหมายของ ปปง.