สว.กก.3 บก.ป. ร.ต.อ.กิตติภพ ทองเพชร รอง สว.กก.3 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายฤทธิไกร โภคา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187/1 ม.4 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ จ.445/2561 ลง 31 ตุลาคม 2561 ฐานความผิด "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น" โดยจับกุมได้ที่บริเวณหอพักรีเจนท์แมนชั่น ม.1 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย
การจับกุมทั้งนี้สืบเนื่องจากสภ.เมืองขอนแก่น ได้รับการร้องทุกข์จากน.ส.นันท์นภัส ใจสุข ผู้เสียหาย ว่าถูกคนร้ายปลอมข้อมูลแอพพลิเคชั่นไลน์ชื่อว่า "whan jeab" ของ น.ส.นพสร สังข์ฤทธิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนผู้เสียหายทักไลน์ขอยืมเงิน จำนวน 3 ครั้ง ในวันเดียว สูญเงินไปจำนวน 14,200 บาท ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่ 3 ชื่อ น.ส.นูรีฮา ลามะ โดยนายฤทธิไกรตกลงว่า จะคืนเงินให้เวลา 17.00 น. ของวันที่ 27 มี.ค. 2561 เมื่อครบกำหนดคืนเงินกลับติดต่อไมได้ปิดการใช้งาน ผู้เสียหายจึงสอบถามผู้ถูกใช้รูปภาพในโปรไฟล์แจ้งว่า ตนไม่ได้ขอยืมเงินผู้เสียหาย และไม่ได้ใช้ภาพโปรไฟล์ภาพนี้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกหลวงลวง จึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น
จากการสืบสวนทราบว่าน.ส.นูรีฮา สามะ เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายโอนเงินไป ทราบว่าเมื่อปลายเดือนมี.ค. 2561 น.ส.นูรีฮาได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กกลุ่มหางาน ต่อมามีผู้ใช้ เฟซบุ๊กชื่อ"มาดามหลินหลิน"เสนองานให้โดยเป็นงานให้ไป ซื้อสลิปบัตรเติมเงินทรูมันนี่วอเลตจากร้านสะดวกซื้อต่อจากนั้น จึงให้ น.ส.นูรีฮา ส่งหมายเลขบัญชีธนาคารดังกล่าวไปให้หลังส่งบัญชีไปแล้ว มียอดเงินโอนเข้าบัญชีอย่างต่อเนื่อง และมีนายฤทธิไกร เป็นผู้สั่งให้ น.ส.นูรีฮา ออกไปกดเงินและไปนำซื้อบัตรเติมเงินทรูมันนี่วอเลตตามราคาที่กำหนด ส่งให้กับนายพศิน ทองเชิด และนายชญานิน วงศ์ศุภเลิศ ผู้ต้องหาสองราย ซึ่งถูกกองปราบปรามจับกุมตัวมาก่อนหน้านี้ ทำหน้าที่ เปิดรับแลก/แปลงเงินจากบัตรเติมเงินทรูมันนี่วอเลตเป็นเงินสด และโยนกลับไปให้นายฤทธิไกร หัวหน้าแก๊ง ด้านนายฤทธิไกรเมื่อทราบข่าวว่า นายพศิน และนายชญานิน ถูกจับกุม จึงไหวตัวหลบหนี ไปกบดานพักอาศัย กับแฟนสาว ใกล้บริเวณมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เจ้าหน้าจึงติดตามไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว
นายฤทธิไกร ให้การรับสารภาพว่า ได้เรียนรู้การก่อเหตุและติดตามจากข่าวของกลุ่มผู้ต้องหาอื่นๆ ที่หลอกตุ๋นเงินในโซเซียล จึงลองหัดทำดู ปรากฏว่า ได้ผลและได้เงินจริง จึงทำซ้ำหลายๆ ครั้ง โดยได้ก่อเหตุหลอกปลอมเป็นเพื่อน แล้วทักขอยืมเงิน กลุ่มผู้เสียหายจริง มีวิธีการเลือกเหยื่อที่เป็นสุภาพสตรี ดูพฤติกรรมในการเล่เฟซบุ๊กมีความอ่อนไหวในโซเซียลประกอบว่าเป็นบุคคล เชื่อง่าย อ่อนไหว หรือไม่ ดูที่การแสดงความคิดเห็น เพื่อหาความสัมพันธ์ เมื่อได้เป้าหมายเหยื่อแล้ว ก็จะปลอมไลน์หลอกขอยืมเงิน เงินที่ได้มาก็จะโอนเข้าบัญชีของของบุคคลที่ 3 ก่อนจะหลอกบุคคลที่ 3 ให้นำไปซื้อบัตรเติมเงินแล้วส่งรหัสให้กับนายพศิน และนายชญานิน ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้แปลงค่าเป็นเงินสด หรือไม่ก็นำบัตรเติมเงินไปขายแม่ค้าในเฟซบุ๊กที่เปิดรับซื้อบัตรเติมเงิน ออนไลน์ แปลงเป็นเงิน โอนกลับมาให้ โดยจะหักค่าบริการ 1,000 บาท ก่อเหตุมานานหลายเดือน ตั้งแต่เดือนก.พ. 2561 25 ต.ค. 2561 โดยหลอกมากกว่าร้อยราย บางรายหลงเชื่อ บางรายก็ไม่หลงเชื่อ ได้เงินสดหลายแสนบาท ส่วนเงินที่ได้มาจะนำมาใช้สอยในชีวิตประจำวัน เที่ยวเตร่ตามสถานบริการ ปรนเปอผู้หญิง และเล่นการพนันบอลออนไลน์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป