พื้นที่ 6,500 ไร่ ที่ใช้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ถูกเรียกว่าเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่าการลงทุน 2.72 แสนล้านบาท รองปลัดบัญชีทหารเรือ พลเรือตรีเกริกไชย วจนาภรณ์ เจ้าของพื้นที่ บอกถึงขอบเขตการรับผิดชอบโครงการ ว่า ในส่วนของภาครัฐ จะลงทุนสร้าง Runway 2 และ Taxiway และระบบที่เกี่ยวข้อง, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ระยะแรก 500 ไร่ - ลานจอดอาศยานสำหรับการซ่อมบำรุง, ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร ด้านการบินและอวกาศ, สาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา โรงบำบัดน้ำเสีย และ หอบังคับการบิน ขณะที่ภาคเอกชน จะลงทุนสร้างศูนย์การขนส่งภาคพื้น, อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3, ศูนย์ธุรกิจการค้า, เขตประกอบการค้าเสรี, ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งมีเอกชนใส่ใจยื่นซองประมูลถึง 42 ราย โดยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 จะเปิดให้เอกชนยื่นซองประมูล เดือน มีนาคม 2562 จะได้เอกชนผู้ชนะการประมูล จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2563 คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จปลายปี 2566 และเปิดให้บริการได้ในต้นปี 2567 เพื่อให้ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่ามากที่สุด นอกจากกิจกรรมในเมืองการบินแล้ว เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ดร.คณิศ แสงสุพรรณ บอกว่าเตรียมจัดทำแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่โดยรอบท่าอากาศนานาชาติอู่ตะเภา ในรัศมี 30 กิโลเมตร ให้เป็น มหานครการบิน หรือ เอโรโทโพลิส โดยจะเริ่มชักชวน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายทันสมัย เช่น ยา แฟนชั่น สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เข้ามาตั้งในพื้นที่ได้ในปี โดยมีรายชื่อบริษัทที่จะเข้าไปเชิญชวน ถึง 605 บริษัททั้งไทยและต่างประเทศ สำหรับที่ดินรอบรัศมี 30 กิโลเมตร ของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา นั้นส่วนใหญ่เป็นที่ดินเอกชน เช่นเหมะราช และอมตะ ดร.คณิศ บอกว่าเอกชนที่สนใจสนทุนในพื้นที่ดังกล่าว จะต้องดิวซื้อที่จากเอกชนเหล่านี้ โดยรัฐจะสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไว้รองรับให้