"ชัชชาติ" ซัด! ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจหลังยึดอำนาจ
21 ธ.ค. 2561 | te

พรรคเพื่อไทย เปิดตัว "นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจ
ข่าว
21 ธ.ค. 2561 | te

พรรคเพื่อไทย เปิดตัว "นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจ
ซึ่งได้แก่
1. หนี้คนไทยท่วมหัว: หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น 1.79 ล้านล้านบาท จากระดับ 10.55 ล้านล้านบาทในปี 2557 สู่ระดับ 12.34 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน
2. หนี้ธุรกิจท่วมตัว: หนี้เสีย SMEs เพิ่มสูงขึ้น 9 หมื่น 1 พันล้านบาท จากระดับ 1.38 แสนล้านบาทในปี 2557 สู่ระดับ 2.29 แสนล้านบาทในปัจจุบัน
3. เกษตรกรทุกข์ยาก: หนี้เสียเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น 1.79 หมื่นล้านบาท จากระดับ 4.09 หมื่นล้านบาทในปี 2557 สู่ระดับ 5.88 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน
4. นักท่องเที่ยวหาย รายได้หด: เหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตเกิดขึ้นในเดือน ก.ค. ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนให้หลัง (ส.ค.-ต.ค.) จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 380,000 คน ทำรายได้จากการท่องเที่ยวหายไป 1 หมื่น 5 พันล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
5. เงินทุนไหลออกนอกประเทศไม่หยุด: ปี 2559 ไหลออก 3.65 แสนล้านบาท ปี 2560 ไหลออก 3.95 แสนล้านบาท รวมแค่ 2 ปี เป็นเม็ดเงินสูงถึง 7.6 แสนล้านบาท
6. สู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้: ก่อนการรัฐประหาร (2556) ต่างชาติเลือกลงทุนในไทยเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน มูลค่าการลงทุนสูงถึง 1.59 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตามหลังแค่สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แต่หลังรัฐประหาร (2560) ไทยตกไปอยู่อันดับที่ 6 ของอาเซียน มูลค่าการลงทุนหดตัวลงเกือบครึ่ง คิดเป็นเม็ดเงินเพียง 8.04 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถูกเวียดนาม ฟิลลิปปินส์ และมาเลเซียแซงหน้าไปแล้ว
7. ใช้เงินเป็น แต่หาเงินไม่เป็น: ตั้งแต่หลังรัฐประหาร ภาครัฐมีรายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นราว 4 แสน 4 หมื่นล้านบาท แต่กลับล้มเหลวในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนักไปกว่านั้น หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงกลับเพิ่มสูงขึ้น 1.7 ล้านล้านบาท จากระดับ 2.89 ล้านล้านบาทในปี 2557 สู่ระดับ 4.6 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน
8. ปัญหายาเสพติดหนักหน่วงรุนแรง: ยาเสพติดแพร่ระบาดในหมู่บ้านและชุมชน 24,282 แห่ง คิดเป็น 30% ของหมู่บ้านทั้งประเทศ 40% ของผู้ติดยาเสพติดเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปี เกือบ 75% เป็นผู้มีอาชีพรับจ้าง แรงงาน และเกษตรกร
ซึ่งนายชัชชาติ ชี้ จุดอ่อนที่เกิดขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจที่แข็งบนอ่อนล่าง หมายถึงมีความเหลื่อมล้ำสูงคนรวยรวยขึ้น แต่คนจนจนลง, แข็งนอกอ่อนใน คือ แม้ค่าเงินจะแข็งขึ้นเรื่อยๆ แต่การส่งออกและการลงทุนภายในประเทศกลับลดลง, รัฐบาลไม่เข้าใจภาพรวมของการบริหารประเทศ เช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วที่สร้างเพื่อมุ่งไปสู่สนามบินอู่ตะเภา แทนที่จะเชื่อมภาคตะวันออกกับกัมพูชาและเวียดนาม, และการบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ เช่น บัตรคนจน ซึ่งเป็นการแจกเงินที่ส่งผลระยะสั้น ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว, หรืออย่างยุทธศาสตร์าติ 20 ปีที่จะเริ่มล้าหลังไปเรื่อยๆ นายชัชชาติกล่าวว่า ยุคนนี้คือ ยุค Deglobalization ยุคตัวใครตัวมัน ดังนั้นเราจะต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมีทีมงานที่เข้าใจปัญหาและทำเป็น