เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) คดีรุมโทรม บทพิสูจน์กลไก "คุ้มครองเหยื่อ"

20 ธ.ค. 2561 | lastman

(คลิปข่าว) คดีรุมโทรม บทพิสูจน์กลไก "คุ้มครองเหยื่อ"

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) คดีรุมโทรมเด็กหญิงอายุ 12 ปี ทำท่าจะ "โอละพ่อ" หรือเปล่า แน่นอนว่าการดูแลเอาใจใส่ของครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญที่จะไม่ทำให้เกิดเรื่องอื้อฉาวแบบนี้ขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง ผู้บังคับใช้กฎหมายเองก็ต้องเลือกใช้กฎหมายอย่างเข้าใจ เป็นธรรม และดูแลสิทธิของเด็กและเยาวชนให้มากที่สุด ตามเจตนารมณ์ของการตรากฎหมายที่เกี่ยวกับเด็กด้วย

ควันหลงจากเหตุการณ์รุมโทรมเด็กหญิงอายุ 12 คือข้ออ้างของฝ่ายกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นผู้ต้องหา และครอบครัวผู้ต้องหา ว่าหากไม่มีการสอดใส่อวัยวะเพศ หรือสอดใส่ไปแล้ว แต่ไม่สำเร็จความใคร่ ไม่ถือเป็นการข่มขืนเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างแรง เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรค 2 ได้ให้ความหมายของการข่มขืนกระทำชำเราเอาไว้ว่า "เป็นการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น"
ประเด็นต่อมาที่มักเป็นข้ออ้างของ "จอมข่มขืน" แทบทุกราย ไม่ว่าจะเป็นแก๊งซื้อบริการเด็กสาวที่น้ำเพียงดิน หรือคดีรุมโทรมเด็กหญิงอายุ 12 ก็ตาม ก็คือ "เด็กสมยอม ย่อมไม่ผิด" นี่ก็เป็นความเข้าใจผิดเพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรค 1 เขียนเอาไว้ชัดเจนว่า "ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8 หมื่นบาทถึง 4 แสนบาท"

จากกฎหมายอาญามาตรานี้ ชัดเจนว่า แม้เด็กสมยอมก็มีความผิด เพราะกฎหมายต้องการปกป้องเด็ก เนื่องจากเด็กยังมีวุฒิภาวะน้อย อาจจะถูกล่อลวง ชักจูง หรือกระทำการอื่นใดให้ยินยอมก็ได้ จึงต้องเขียนป้องกันเอาไว้

ไปกันต่อ กฎหมายยังมีบทเพิ่มโทษอีก ไม่ว่าเด็กจะสมยอมหรือไม่สมยอม ถ้าไปข่มขืนหรือกระทำชำเราเด็กที่อายุยังไม่เกิน 13 ปี ต้องเพิ่มโทษจำคุกเป็น 7-10 ปี และปรับตั้งแต่ 140,000-400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเท่านั้นยังไม่พอ หากร่วมกันข่มขืนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เข้าลักษณะการ "โทรมหญิง" ต้องเพิ่มโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต

ข่าวล่าสุด