ตามขั้นตอนต่อไปศาลจะส่งสำเนาคำฟ้องและออกหมายเรียก "หมวดจรูญ" มาสอบคำให้การว่าจะรับสารภาพหรือปฎิเสธ ถ้าให้การรับสารภาพศาลอาจมีคำสั่งสืบเสาะประวัติเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อนที่จะมีคำพิพากษา แต่ถ้าให้การปฎิเสธ ก็นำพยานหลักฐานมาต่อสู้คดีในชั้นพิจารณาสืบพยานของศาลชั้นต้นได้ ตัวเองมีหลักฐานอะไรก็เอามายืนยันพิสูจน์การเป็นเจ้าของหวย เพื่อให้ศาลพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป
เหมือนว่าตอนนี้ "ครูปรีชา" เป็นฝ่ายชนะไปในยกแรก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ยังไม่ถือว่า "หมวดจรูญ" เป็นผู้แพ้ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าเป็นผู้กระทำผิดตามที่ถูกฟ้อง แค่ตอนนี้ "หมวดจรูญ" มีสถานะเพิ่มขึ้น คือ กลายมาเป็น "จำเลย" ในคดีนี้เท่านั้นเอง แต่ยังมีสิทธิ์ที่จะแก้ต่างในชั้นพิจารณาและสืบพยานของศาลชั้นต้น และยังต่อสู้ประเด็นข้อกฎหมายในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาได้ ทั้งสองคนน่าจะต้องต่อสู้ทางคดีกันถึง 3 ศาลไปจนถึงชั้นศาลฎีกา จึงจะรู้ว่าสุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะ เป็นเจ้าของสลากตัวจริง
ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกด้านที่ ครูปรีชากับพวก ถูกพนักงานสอบสวนกองปราบปราม แจ้งข้อหา แจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่นให้ต้องรับโทษทางอาญา และข้อหาอื่นรวม 4 ข้อหาสำนวนคดีนี้ถูกส่งไปที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา ทางอัยการก็มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาแล้วส่งกลับไปให้กองปราบปรามนำสำนวนไปยื่นฟ้องรวมกับคดี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ถูกกล่าวหาปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่เข้าไปมีส่วนแก้ไขบิดเบือนสำนวนคดี ยังไม่รู้ว่าที่สุดแล้วผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร