เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) แนะ 2 แนวทางปลดล็อค "เบอร์เดียวทั่วประเทศ"

20 ธ.ค. 2561 | lastman

(คลิปข่าว) แนะ 2 แนวทางปลดล็อค "เบอร์เดียวทั่วประเทศ"

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) นักวิชาการแนะ 2 ช่องทางปลดล็อคปัญหา "หมายเลขผู้สมัคร ส.ส." ให้ผู้สมัครจากพรรคการเมืองเดียวกัน ได้หมายเลขเดียวกันทุกเขตเลือกตั้ง พร้อมระบุใช้มาตรา 44 ง่ายที่สุด แต่จะทำหรือไม่

การประชุมระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ร่วมกับผู้แทนพรรคการเมือง 77 พรรคเมื่อวานนี้ มีประเด็นหนึ่งที่หลายพรรคการเมืองเรียกร้อง โดยเฉพาะพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ก็คือการให้ กกต.ปลดล็อคปัญหาผู้สมัคร ส.ส.ในระบบแบ่งเขตต้องจับสลากหมายเลขประจำตัวรายเขต ทำให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวกัน ไม่ได้หมายเลขประจำตัวเหมือนกันทุกเขต ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้กับประชาชน และแตกต่างจากการเลือกตั้งใหญ่หลายครั้งที่ผ่านๆ มา ที่จับสลากหมายเลขประจำพรรคการเมืองครั้งเดียว แล้วให้ผู้สมัครทุกเขตของพรรค ได้หมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ
แต่ข้อเรียกร้องนี้ กกต.ไม่ได้รับปากว่าจะดำเนินการ เพราะติดเงื่อนไขกฎหมายจากการตรวจสอบของ "เนชั่นทีวี" พบว่า หลักเกณฑ์การรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.และการให้ผู้สมัครแต่ละเขตแยกกันจับสลากหมายเลขประจำตัวที่ใช้ในการหาเสียง บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ "พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส." มาตรา 46 ประกอบมาตรา 48นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากสถาบันพระปกเกล้า ดอกเตอร์ สติธร ธนานิธิโชติ กล่าวกับ "เนชั่นทีวี" ว่า การจะปลดล็อคเรื่องนี้สามารถทำได้ 2 แนวทาง คือ
1.แนวทางนิติศาสตร์ คือ แก้ไข พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.แก้ไขตามกระบวนการสภา แต่ต้องใช้เวลา และอาจเสร็จไม่ทันก่อนการรับสมัครเลือกตั้ง ฉะนั้นจึงอาจต้องใช้วิธีที่ 2 คือ กกต.เสนอให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไข พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. เพื่อปลดล็อคในเรื่องนี้
2.แนวทางรัฐศาสตร์ คือ กกต.ให้พรรคการเมืองตกลงกันเองในทุกเขตเลือกตั้ง แต่ก็จะมีปัญหาตามมาคือ พรรคการเมืองอาจไม่ยินยอมพร้อมใจกันทั้งหมด โดยเฉพาะพรรคการเมืองขนาดเล็ก ทำให้สุดท้ายจะมีปัญหาเรื่องจับสลากหมายเลขผู้สมัครขึ้นได้
อาจารย์สติธร บอกทิ้งท้ายว่า แนวทางการแก้ไขกฎหมายโดยใช้มาตรา 44 น่าจะง่ายที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจว่าจะดำเนินการหรือไม่

แม้ว่าไอเคโอจะไม่มีคำตอบในการสร้างอาคารผู้โดยสาร 2 ก่อนการสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตกให้ครบตามแผน แต่เมื่อปัจจุบันความจำเป็นในการขยายพื้นที่รองรับผู้โดยสารเป็นเรื่องเร่งด่วน และผู้ใช้บริการสนามบินก็สนับสนุนให้สร้างทอท.จึงเล็งเห็นว่าการเดินหน้าสร้างอาคารผู้โดยสาร 2 เป็นแนวทางที่ทำได้ และไม่น่าจะมีปัญหาติดขัด แต่ขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องไปหารือร่วมกันคณะกรรมการ ACC เพื่อประเมินจัดใช้พื้นที่ให้เหมาะสมต่อความต้องการ
สำหรับการเดินหน้าของพื้นที่เชิงพาณิชย์ และร้านค้าปลอดภาษี หรือดิวตี้ฟรี ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างเอกสารประกวดราคา หรือทีโออาร์ตามมติบอร์ดที่อนุมัติให้เดินหน้าโดยไม่ต้องรออาคารผู้โดยสาร 2 ส่งผลให้ทีโออาร์ดิวตี้ฟรีครั้งนี้จะมีพื้นที่ในอาคารผู้โดยสาร 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวม 2.5 หมื่นตารางเมตร และพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบิน (แซทเทิลไลท์) มีพื้นที่เชิงพาณิชย์ราว 5 10% ของพื้นที่ทั้งหมด 2.4 - 2.6 แสนตารางเมตรนอกจากนี้ยังรวมการประกวดราคาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่และท่าอากาศยานเชียงใหม่ด้วย
โดยทีโออาร์ดิวตี้ฟรี ทอท.มีกำหนดนำเข้าที่ประชุมบอร์ดในเดือน ม.ค.2562 และตั้งเป้าเปิดประมูลได้ตัวเอกชนผู้รับสัมปทานภายใน พ.ค. - มิ.ย.2562 เนื่องจากสัมปทานเดิม ซึ่งทางกลุ่มคิงเพาเวอร์เป็นผู้ได้รับสัมปทานจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 27 ก.ย.2563 ทำให้ขณะนี้เหลือเวลา 1 ปี 9 เดือน ดังนั้นจึงต้องเร่งดำเนินการหาผู้ชนะประมูลภายใน 3 - 6 เดือน เพราะต้องเหลือเวลา 1 ปีเศษในการดำเนินการเตรียมพื้นที่

ข่าวล่าสุด