ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในอดีตนั้น มาจากการแต่งตั้งเหมือนจังหวัดอื่นๆ กระทั่งในปี 2518 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำหนดให้ กทม.มีสถานะเป็นทบวงการเมือง มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้ง และอยู่ในตำแหน่งตามวาระ คราวละ 4 ปี หลังจากนั้นจึงมีการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ขึ้นเป็นครั้งแรก และนายธรรมนูญ เทียนเงิน จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้รับชัยชนะ เป็นผู้ว่าฯ กทม.จากการเลือกตั้งเป็นคนแรก
หลายคนหวังว่าเมื่อหมดยุค คสช. การเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้ง กทม.จะได้รับการปลดล็อค กลับมาเป็นระบบเลือกตั้งเหมือนเดิมการได้มาซึ่งผู้นำ จะเป็นผู้นำชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด หรือแม้แต่มหานคร นักรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า "การเลือกตั้ง"เป็นวิธีการคัดกรองบุคคลที่ดีที่สุด เพราะทำให้เกิดการยอมรับจากทุกฝ่าย แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯเพียงตำแหน่งเดียวเพื่อบริหารเมืองใหญ่ระดับ "ซุปเปอร์มหานคร" อย่าง กทม. อาจไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจะดีกว่าไหม หากต่อไปจะจัดให้มีการเลือกตั้งผู้อำนวยเขตด้วย เพื่อให้การดูแลประชาชนทั่วถึงยิ่งขึ้น
ส่วนอีก 76 จังหวัดนอกเหนือจาก กทม. ที่ผู้ว่าฯ ยังใช้ระบบแต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทยอยู่นั้น อาจไม่ตอบโจทย์การบริหารบ้านเมืองอีกต่อไป โดยอาจารย์วีระศักดิ์ มองว่า การบริหารงานในท้องถิ่น ประชาชนควรมีสิทธิ์ที่เลือก "พ่อเมือง" ของพวกเขาเอง และควรเป็นคนในท้องถิ่นที่เข้าใจอัตลักษณ์ วัฒนธรรม สังคม และความเป็นอยู่ของผู้คนในจังหวัดนั้นๆ ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ที่ถูกส่งไปจากส่วนกลางการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วให้ท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดบริหารจัดการกันเอง จะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้นได้ สุดท้ายจะลดปัญหาคอร์รัปชั่น และปิดทางการรัฐประหาร เพราะอำนาจไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลางที่เดียวอีกต่อไป