ในการประมูลครั้งนี้ ปตท.สผ.ได้เสนอส่วนแบ่งกำไรในอัตราที่สูงให้กับรัฐ คำนวณแล้วรัฐจะได้เงินจากผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงินอีก 1 แสนล้าานบาทในช่วง 10 ปีแรกของการผลิตในรูปแบบของค่าภาคหลวงและการแบ่งปันผลกำไรจากการผลิต ดังนั้นโดยรวมแล้วประโยชน์จากการประมูลครั้งนี้ทั้งผู้บริโภคในสังคมที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 5.5 แสนล้านบาท และมีเงินงบประมาณเข้ารัฐเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท ประโยชน์โดยรวมจึงอยู่ที่ 6.5 แสนล้านบาทในระยะเวลา 10 ปี
หลังจากนี้จะเชิญ ปตท.สผ.มาเจรจาและทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติโดยเร็ว เพื่อให้สามารถลงนามในสัญญาได้ภายในเดือน ก.พ.2562 จากนั้นไปสู่ขั้นตอนการส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ จากผู้ผลิตรายเดิมให้ผู้ชนะการประมูล เพื่อผลิตก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่องไม่ให้สะดุดหรือขาดตอน เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องผลิตไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2565
โดย ครม.ได้เห็นชอบให้ รมต.พลังงาน มีอำนาจในการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับผู้ที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตต่อไป โดยสัญญาที่จะมีการลงนามให้ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดก่อนโดยมีระยะเวลาในการดำเนินงานสัมปทาน 20+10 ปี