เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) รัฐรับ 6.5 แสนล้าน ปตท.สผ.คว้าประมูล'เอราวัณ-บงกช'

14 ธ.ค. 2561 | lastman

(คลิปข่าว) รัฐรับ 6.5 แสนล้าน ปตท.สผ.คว้าประมูล'เอราวัณ-บงกช'

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) ครม.อนุมัติผลประมูลสัมปทานปิโตรเลียม โดย ปตท.สผ.ชนะประมูลทั้งแหล่งเอราวัณและบงกช หลังเสนอผลตอบแทนสูงกว่าเชฟรอน ตั้งเป้าลงนามสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ 2562 คาดรัฐได้ผลตอบแทนกว่า 6.5 แสนล้านในช่วง 10 ปี

รองเลขาฯ นายกรัฐมนตรี พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ระบุ ครม.มีมติอนุมัติผู้ชนะการประมูลยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยแปลงเอราวัณและบงกช โดยบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอ็มพี จี2(ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิในแปลงสำรวจเอราวัณ ส่วนแหล่งบงกช มีบริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิ
โดยแปลงเอราวัณ เดิมเชฟรอนเป็นผู้ดำเนินการ และแปลงบงกช ซึ่งปัจจุบัน ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ โดย ปตท.สผ.ยื่นเงื่อนไขและผลตอบแทนในการประมูลให้กับประเทศดีกว่าคู่แข่งสำหรับเงื่อนไขเกณฑ์พิจารณาทั้ง 4 ข้อที่ ปตท.สผ.ยื่นเข้ามามีรายละเอียดดังนี้คือในส่วนของแปลงเอราวัณ ในด้านราคาก๊าซ ปตท.สผ.เสนอราคาก๊าซคงที่ (PC) เริ่มต้นที่ 116 บาทต่อล้านบีทียู จากปัจจุบันเชฟรอนคิดราคาค่าก๊าซในราคา 165 บาทต่อล้านบีทียู ส่วนกำไรที่จะแบ่งปันให้รัฐเสนอมาที่ 68%เก็บไว้เอง 32%แม้ตามกฎหมายผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตสามารถเสนอรับกำไรสูงสุดได้ที่ 50% ของกำไร ด้านสัดส่วนการจ้างพนักงานนั้นทั้ง 2 บริษัทเสนอใกล้เคียงกัน โดย ปตท.สผ.เสนอจ้างพนักงานไทยตั้งแต่ปีแรกเป็นต้นไปที่ 98%

(คลิปข่าว) รัฐรับ 6.5 แสนล้าน ปตท.สผ.คว้าประมูล'เอราวัณ-บงกช'

ขณะที่ข้อเสนอในแปลงบงกช ปตท.สผ.เสนอราคาที่ 116 บาทต่อล้านบีทียู เป็นราคาเดียวกับแปลงเอราวัณ จากปัจจุบัน ปตท.สผ.คิดราคาอยู่ที่ 214 บาทต่อล้านบีทียู สัดส่วนแบ่งปันผลกำไรให้รัฐอยู่ที่ 70% ปตท.สผ.รับไว้เอง 30% ใช้สัดส่วนพนักงานคนไทยตั้งแต่ปีแรกที่ 99%
ราคาขายก๊าซที่ผู้ชนะการประมูลคือป ตท.สผ.เสนอมา ต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบันค่อนข้างมาก ส่งผลให้การซื้อก๊าซธรรมชาติจาก 2 แหล่งที่คิดเป็นปริมาณกว่า 75% ของก๊าซที่ผลิตจากอ่าวไทย ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไปทำให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประเทศไทยที่จะสามารถซื้อก๊าซในราคาถูกลง ทั้งในส่วนของราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงทั้งการผลิตไฟฟ้า สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถขนส่งเอ็นจีวีจะมีราคาถูกลงในอัตราเทียบเท่ากับมูลค่าประมาณ 5.5 แสนล้านบาทในระยะ 10 ปี หรือประหยัดลงได้ปีละ 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการประมูลโดยตรงที่จะไปถึงผู้บริโภคในทันที
หากนำมูลค่าที่ได้จากการซื้อก๊าซที่ถูกลงมาลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนจะลดลงได้หน่วยละ 29 สตางค์ ซึ่งปัจจุบันค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.60 บาทต่อหน่วย หรือจะลดลงได้ 8% แต่เนื่องจากก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ต้องแบ่งไปใช้ในส่วนต่างๆ มีสัดส่วนใช้ผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 58% ที่เหลือใช้ทั้งภาคอุตสาหกรรมและรถขนส่งเอ็นจีวี ดังนั้นส่วนลดต้องเกลี่ยไปให้ทั้งหมดสำหรับผู้ใช้ทุกราย เมื่อเกลี่ยเฉลี่ยทั้งหมดแล้วส่วนลดค่าไฟฟ้าจะลดลง 17 สตางค์ต่อหน่วย





(คลิปข่าว) รัฐรับ 6.5 แสนล้าน ปตท.สผ.คว้าประมูล'เอราวัณ-บงกช'


ในการประมูลครั้งนี้ ปตท.สผ.ได้เสนอส่วนแบ่งกำไรในอัตราที่สูงให้กับรัฐ คำนวณแล้วรัฐจะได้เงินจากผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงินอีก 1 แสนล้าานบาทในช่วง 10 ปีแรกของการผลิตในรูปแบบของค่าภาคหลวงและการแบ่งปันผลกำไรจากการผลิต ดังนั้นโดยรวมแล้วประโยชน์จากการประมูลครั้งนี้ทั้งผู้บริโภคในสังคมที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 5.5 แสนล้านบาท และมีเงินงบประมาณเข้ารัฐเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท ประโยชน์โดยรวมจึงอยู่ที่ 6.5 แสนล้านบาทในระยะเวลา 10 ปี
หลังจากนี้จะเชิญ ปตท.สผ.มาเจรจาและทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติโดยเร็ว เพื่อให้สามารถลงนามในสัญญาได้ภายในเดือน ก.พ.2562 จากนั้นไปสู่ขั้นตอนการส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ จากผู้ผลิตรายเดิมให้ผู้ชนะการประมูล เพื่อผลิตก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่องไม่ให้สะดุดหรือขาดตอน เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องผลิตไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2565
โดย ครม.ได้เห็นชอบให้ รมต.พลังงาน มีอำนาจในการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับผู้ที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตต่อไป โดยสัญญาที่จะมีการลงนามให้ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดก่อนโดยมีระยะเวลาในการดำเนินงานสัมปทาน 20+10 ปี

ข่าวล่าสุด