เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) สิ้นหวัง คสช.ออก ม.44 แทรกองค์กรอิสระ

13 ธ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) สิ้นหวัง คสช.ออก ม.44 แทรกองค์กรอิสระ

ตามกันต่อกับประเด็นเกาะติดของ "ล่าความจริง" หลังจากที่ คสช.ออก ม.44 มาสองฉบับรวด คือ เรื่องการ "ปลดล็อคการเมือง" ตามที่เล่าให้ฟังไปแล้ว ส่วนอีกเรื่องที่เรียกเสียงฮือฮาไม่แพ้กัน ก็คือการออก ม.44 แก้กฎหมาย ป.ป.ช. ในส่วนการกำหนดตำแหน่ง "ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง" ว่ามีใครบ้างที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งก่อนหน้านี้ตามกฎหมายให้เหมารวม คือต้องยื่นหมดทุกตำแหน่ง ทำให้เกิดกระแสผู้บริหารบางองค์กร รวมทั้งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นใบลาออกเป็นจำนวนมาก ทำให้ คสช.ต้องใช้ ม.44 มาปลดล็อค โดยให้ ป.ป.ช. "รีเซ็ต" ตำแหน่งใหม่ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัย ก็ได้ออกมารวมตัวกันพร้อมกับออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 เพื่อคัดค้านคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ


ความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัยที่ออกมาแสดงพลังคัดค้านครั้งนี้ เป็นการรวมตัวกันของศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES ร่วมกับองค์กรพันธมิตร คือ ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย หรือ ทปสท. ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง หรือ ทป.มรภ. และกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย พร้อมมีการออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 ขอคัดค้านคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 21/2561 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการเอื้อให้เกิดการยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายแสดงบัญชีทรัพย์สินกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย


โดยแถลงการณ์ฉบับนี้ เป็นการรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับการออก ม.44 รีเซ็ตประกาศ ป.ป.ช.เรื่องตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งทางเครือข่ายมองว่า แม้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 21/2561 ดูเหมือนจะเปิดให้ ป.ป.ช.ได้พิจารณาเองว่า ตำแหน่งระดับสูงของหน่วยงานอื่นของรัฐที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินคือตำแหน่งอะไรบ้าง แต่ในทางกลับกัน เมื่อไปดูเอกสารแถลงข่าวของ ป.ป.ช.เมื่อวานนี้ พบว่า นิยามของ "ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของหน่วยงานอื่นของรัฐ" ไม่ได้รวมกรรมการของหน่วยงานนั้นๆ แล้ว ฉะนั้น กรรมการสภามหาวิทยาลัยของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ หรือพวก "มหาวิทยาลัยนอกระบบ" ก็ไม่อยู่ในข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน


ส่วนตำแหน่งกรรมสภามหาวิทยาลัยของรัฐ (คนละกลุ่มกับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพราะยังไม่ออกนอกระบบ มหาวิทยาลัยในกลุ่มนี้ก็เชน มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่งทั่วประเทศ) กลุ่มนี้ ป.ป.ช.จะพิจารณาอีกครั้งว่าต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ หากจะสรุปง่ายๆ ก็คือ กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบราชการไปแล้วน่าจะรอด แต่กรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐ พวกราชภัฏ ราชมงคล ยังต้องลุ้นต่อไป


ด้านอาจารย์เชษฐา ทรัพย์เย็น ประธานกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย หรือ สธม.บอกกับล่าความจริงว่า ขอตั้งคำถามไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ว่า ทำไมเรื่องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ที่กระทบคนเพียงไม่กี่คน คสช.ถึงต้องรีบออก ม.44 ช่วยเหลืออย่างรวดเร็วแบบผิดสังเกต แต่พนักงานมหาวิทยาลัยที่ถูกหักหัวคิวเงินเดือนและค่าตอบแทน กลับไม่ได้รับเต็มจำนวนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 19 ปีก่อน และมีคนในสถาบันอุดมศึกษาเสียประโยชน์นับหมื่นคน เหตุใดรัฐบาลยังเงียบเหมือนเป่าสาก ไม่ดำเนินการช่วยเหลือใดๆ เหมือนกรณีออก ม.44 อุ้มคนไม่อยากยื่นบัญชีทรัพย์สิน


ล่าความจริง ยังได้รับข้อมูลจากศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ระบุว่า ขณะนี้มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ยื่นใบลาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยต้นสังกัด เพื่อขอกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย เนื่องจากไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้กลุ่มคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่ามีความเหมาะสมแค่ไหนที่จะให้คนเหล่านี้กลับมาทำหน้าที่อีก


เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าทำให้เกิดกระแสต้านรัฐบาล คสช.ค่อนข้างแรง เพราะกฎหมาย ป.ป.ช. หรือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แก้ไขในรัฐบาลชุดนี้ และเพิ่งประกาศใช้ในปี 61 นี้เอง ใช้มาได้ไม่กี่เดือนก็ถูกแก้ด้วย ม.44 เสียแล้ว จึงถือเป็นการใช้ "อำนาจพิเศษ" แก้ไขกฎหมายปราบทุจริตขององค์กรอิสระ ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจอย่างกว้างขวาง อีกทั้งในแวดวงอุดมศึกษายังมีปัญหา "ธรรมาภิบาล" ซึ่งหนักหน่วงรุนแรงเข้าขั้นวิกฤติ ถึงขนาดที่ คสช.เคยใช้ ม.44 เปิดทางให้เข้าไปยึดอำนาจการบริหารของมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาธรรมาภิบาลมาแล้ว แต่วันนี้กลับใช้ ม.44 เข้าไปยกเว้นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ทั้งๆ ที่กลุ่มคณาจารย์มองว่า การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินจะเป็นเครื่องมือให้แก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในวงการอุดมศึกษาได้ส่วนหนึ่ง

ข่าวล่าสุด