เพราะลุงกำนันเอง ก็มีฐานเสียงและขุมพลังอยู่ในภาคใต้ โดยเฉพาะสุราษฎร์ธานีบ้านเกิด
แต่ที่พีคสุดๆ ของการเดินคารวะแผ่นดิน อยู่ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อคณะของลุงกำนันแวะพักค้างแรมที่บ้านของเพื่อนรัก "ถาวร เสนเนียม" โดยเจ้าของบ้านจัดเต็มตามแบบฉบับคนใต้...รักใครรักจริง เทหมดใจไม่มีกั๊ก โดยเฉพาะการเปิดเวทีให้ลุงกำนันได้พูดคุยความในใจกับแฟนคลับเป็นอาหารมื้อค่ำ แถมท้ายด้วยการเปิดให้สมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ต่างอะไรกับการเปิดบ้านให้จัดกิจกรรมทางการเมือง ทั้งๆ ที่ตัว ถาวร เสนเนียม ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์
งานนี้เล่นเอาร้อนกันไปทั้งพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องออกสื่อตั้งกรรมการสอบฐานทำหน้าที่เจ้าบ้านจนเกินงาม กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อมากกว่านโยบายหาเสียงเสียอีก ทำให้สุดท้ายต้องส่งซิกให้จบๆ กันไป เพื่อรักษาภาพลักษณ์พรรคเอาไว้ก่อน
การเดินคารวะแผ่นดินของลุงกำนันในภาคใต้ แม้จะมีคำถามจากบรรดาแฟนคลับอยู่บ้างประปราย ทำนองว่า "ทำไมยังกลับมาเล่นการเมืองอีก" แต่ดีกรีของอารมณ์ความรู้สึกก็ไม่ดุเดือดเหมือนพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เหตุผลก็เพราะว่าพื้นที่ภาคใต้เป็นทั้งบ้านเกิดและเมืองหลวงของ กปปส.นั่นเอง
ฉะนั้นแม้ว่าในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ จะมีมุมวิเคราะห์ทำนองว่าคะแนนนิยมของลุงกำนันในภาคใต้ลดต่ำ เมื่อเทียบกับเมื่อครั้งเป็นหัวหอก กปปส. แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ ตราบใดที่การหาเสียงและหย่อนบัตรลงคะแนนยังไม่เริ่มต้น
เพราะการเดินคารวะแผ่นดินของของลุงกำนัน เป็นยุทธศาสตร์สร้างกระแส ชิงพื้นที่ข่าว พบปะพี่น้องประชาชน และรับฟังสารทุกข์สุขดิบไปในตัว / เส้นทางการเดินก็เน้นชุมชน ตลาดสด ย่านการค้า เพื่อให้ความเคลื่อนไหวกระจายลงสู่รากหญ้าและฐานคะแนนโดยตรง
โดยเฉพาะเมื่อชาวบ้านยังคงท้องหิวจากปัญหาเศรษฐกิจซบเซา ถึงขั้นที่ "ลุงกำนัน" ต้องกลับมาเปิดแถลงข่าวสะกิดรัฐบาล คสช.แบบแรงๆ
วิธีการแบบนี้ย่อมดีกว่านิ่งอยู่เฉยๆ หรือแค่เปรยว่า "ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ"
ฉะนั้นไม่ว่าใครหรือพรรคไหน ก็ไม่อาจประมาท "ลุงกำนัน" กับ "ยุทธการเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน"...ได้แต้มไปแบบเนียนๆ
ศูนย์ข่าวภาคใต้ เนชั่นทีวี...รายงาน