เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์มั่นใจยอดส่งออกขยายตัว 8% ตามเป้า

12 ธ.ค. 2561 | tananya_nak

พาณิชย์มั่นใจยอดส่งออกขยายตัว 8% ตามเป้า

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ระบุ จากการประชุมร่วมกับเอกชนเพื่อประเมินสถานการณ์ส่งออกไตรมาส 4 และแนวโน้มปี 2562 ซึ่งกระทรวงฯประเมินว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้ 8% ตามเป้าหมาย เพราะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้คลี่คลายมากขึ้น

ส่วนการส่งออกปี 2562 กระทรวงฯตั้งเป้าขยายตัว 8% เช่นกัน โดยกรมฯ จะเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้ามากขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยเฉพาะตลาดเอเชีย เช่น จีน อินเดีย ฮ่องกง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก รวมทั้งตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา ซึ่งสินค้าที่อยู่ในกลุ่มบุกตลาดได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง สมุนไพร ผัก ผลไม้สดและแปรรูป ส่วนข้าวก็จะเน้นการแปรรูปให้มากขึ้น 


นอกจากนี้ จะร่วมกับเครือข่ายผู้นำเข้าสินค้าไทยในการเจาะตลาดทั้งออนไลน์และออนไลน์ ตลอดจนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี จะส่งผลให้เห็นเป็นรูปธรรมในปีหน้า


สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังยังคงเป็นประเด็นสงครามการค้าที่อยู่ช่วงพักรบชั่วคราว โดยการส่งออกไปสหรัฐและจีนที่ผ่านมาได้รับผลกระทบน้อยมาก ซึ่งมีเพียงสินค้าบางรายการที่สหรัฐขึ้นภาษีกับทุกประเทศและกระทบไทย เช่น เครื่องซักผ้า แผงโซลาร์เซลล์ แต่มีมูลค่าไม่มากนัก 


รวมทั้ง ต้องติดตามผลกระทบกรณีที่แคนาดาจับกุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหัวเว่ยตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐที่กล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน อัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมัน รวมถึงแบร็กชิทด้วย


ด้านรองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สนั่น อังอุบลกุล ระบุ ในปี 2562 การส่งออกสินค้าเกษตรมีโอกาสขยายตัวได้ 3-4% และสินค้าอุตสาหกรรมน่าจะเติบโตได้  6-8% ในภาพรวมจึงประเมินว่าน่าจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 5% 


ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การส่งออกของไทยมีอัตราการเติบโตแบบอะเมซซิ่ง เนื่องจากภาครัฐมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ภาคเอกชนเป็นห่วงคือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยนที่เราเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านหรือคู่แข่ง ส่วนสงครามการค้าสหรัฐ-จีน อาจส่งผลกระทบบ้าง แต่ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสของไทยที่ผู้ประกอบการต่างประเทศจะย้ายฐานการผลิตมายังไทย


ส่วนเป้าหมายของกระทรวงฯที่ตั้งไว้ 8% เป็นการประเมินการส่งออกเป็นรายตลาดจากนั้นก็นำมาประเมินภาพรวม ส่วนภาคเอกชนเป็นการประเมินเป็นรายอุตสาหกรรม โดยเป้าหมายก็น่าจะใกล้เคียงกัน ซึ่งสินค้าที่ภาคเอกชนเห็นว่ายังสามารถส่งออกได้ดีได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ อาหาร วัสดุก่อสร้าง น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าเกษตรกรก็น่าจะเป็นมันสำปะหลัง 


สำหรับสินค้าที่น่าเป็นห่วงคือ อัญมณี กับทองคำที่ผันผวน และน้ำตาล ขณะที่ตัวอื่นๆก็ยังเป็นบวกอยู่ อย่างไรก็ตามภาคเอกชนยังมองว่า ภาครัฐควรเร่งเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี หรือFTAและให้มีความชัดเจนในการเข้าเป็นสมาชิกความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อความเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก หรือซีพีทีพีพี






ข่าวล่าสุด