ทันทีที่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ก็ออกคำสั่งปลดล็อคทางการเมืองทันที เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2561 คุณผู้ชมดูบนหน้าจอไปพร้อมกันเลย เนื้อหาของคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับนี้ ไม่ใช่แค่การยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองและห้ามการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองเพียง 2-3 ฉบับตามที่คาดการณ์กันไว้เท่านั้น แต่ปรากฏว่าเป็นการยกเลิกคำสั่งและประกาศ คสช.ทั้งฉบับและบางส่วนถึง 9 ฉบับด้วยกัน
ประกาศและคำสั่ง คสช.ที่ถูกยกเลิก "ล่าความจริง" สรุปมาให้ฟังง่ายๆ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
กลุ่มแรก ปลดล็อคการห้ามนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองบางคนไม่ให้ทำธุรกรรมทางการเงิน ให้สามารถทำธุรกรรมการเงินได้ตามปกติ ได้แก่ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันไปร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติ คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ก่อตั้งพรรคเกรียน และ จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง
คำสั่ง คสช.ที่ยกเลิก คือ คำสั่ง คสช.ที่ 10/2557 กับ คำสั่ง คสช.ที่ 26/2557
กลุ่มที่ 2 ปลดล็อคคำสั่งเรียกนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้าค่ายทหาร หลังจากนี้จะไม่มีอีกต่อไป พร้อมคืนสิทธิ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองให้กับบุคคลที่เคยถูกจำกัดสิทธิ์โดยประกาศและคำสั่ง คสช.ด้วย
คำสั่งและประกาศ คสช.ที่ยกเลิก คือ ประกาศ คสช.ที่ 39/2557 ประกาศ คสช.ที่ 40/2557 และคำสั่ง คสช.ที่ 80/2557
โดยในคำสั่งคสช.ที่ 80/2557 เป็นคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง มี 18 คน ปลดล็อคเฉพาะเรื่องห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง 18 คนมีใครบ้าง คุณผู้ชมดูรายชื่อบนหน้าจอไปพร้อมกันเลย จะเห็นได้ว่ามีทั้งคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ , คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลุงกำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็อยู่ใน 18 รายชื่อนี้ด้วย
กลุ่มที่ 3 ปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ หาเสียงได้ และเปิดเสรีให้ประชาชนร่วมชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนได้
ประกาศและคำสั่งที่ยกเลิกคือ ประกาศคสช.ที่ 57/2557 , คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 , คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561
แต่มีข้อสังเกตอยู่นิดหนึ่ง คือ คสช.ปลดล็อคให้กับนักการเมืองและพรรคการเมือง แต่ยังไม่ปลดล็อคสื่อ เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ไม่ได้ยกเลิกในส่วนที่เกี่ยวกับการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ฉะนั้นหากเกิดสถานการณ์ไม่ปกติ คสช.ก็ยังสามารถสั่งห้ามสื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารได้อยู่
เมื่อวาน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย อาจารย์วิษณุ เครืองาม บอกว่า คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2561 ที่ปลดล็อคให้พรรคการเมืองนี้ อาจารย์เรียกว่า "ปล่อยผี" คือปล่อยหมดจนไม่มีเหลือ / ทั้งหาเสียง จัดประชุม ปราศรัย ไม่ต้องขออนุญาต คสช.อีกแล้ว จะขึ้นป้าย คัทเอาท์อะไรก็ทำได้หมด
แต่การ "ปล่อยผี" แบบเสรีสุดๆ นี้จะมีเพียงช่วงเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ออกมา ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงราวๆ ต้นปีหน้า ประมาณวันที่ 2 มกราคม หลังจากนั้นการกระทำของพรรคการเมืองทุกอย่างจะถูกควบคุมโดยกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมาย กกต. การหาเสียงทุกประเภทที่ใช้เงิน จะถูกนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีเพดานกำหนดอยู่ว่า ห้ามเกินเท่าไหร่ ถ้าเกินก็จะผิดกฎหมาย
จากไทม์ไลน์ที่คุณผู้ชมเห็นบนหน้าจอ ที่มีการเปิดให้ดูกันชัดๆ ในวันประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว จะพบว่าการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองจะถูกล็อคอีกครั้งหลังประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ที่คาดกันว่าจะเป็นวันที่ 2 มกราคม โดยจะมีระเบียบกฎหมายที่ "ตีกรอบ" ทั้งผู้สมัครและพรรคการเมืองมากมาย แต่ไม่ใช่ด้วยอำนาจของคณะรัฐประหาร แต่เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมาย กกต.
หลักๆ คือห้ามซื้อเสียง และห้ามใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ไปฟังรายละเอียดจากท่านเลขาธิการ กกต. , พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา ซึ่งล่าความจริงไปสัมภาษณ์พิเศษท่านเอาไว้
ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามกฎหมายใหม่ ขยายวงไปถึงคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวผู้สมัครด้วย ฉะนั้นทั้งบรรดา "กองเชียร์" และ "กองแช่ง" ทั้งหลายต้องระวังให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการกระทำเพราะหวังดีหรือหวังร้าย ถ้าส่งผลให้เกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบของตัวผู้สมัครหรือพรรคการเมืองกระทั่งทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็มีหวังโดนเล่นงาน ซึ่งรวมไปถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียด้วย
นี่คือคำเตือนจากเลขาธิการ กกต. ฉะนั้่นการที่ คสช.ปลดล็อค "ปล่อยผี" ก็ไม่ได้หมายความว่าหลังจากนี้จะทำอะไรกันได้แบบเสรี เพราะยังมีกฎหมายปกติคอยควบคุมอยู่ เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งกฎหมายปกติที่ว่านี้แหละ กำหนดโทษเอาไว้สำหรับความผิดแต่ละอย่างไม่น้อยทีเดียว