ที่เกิดเหตุภายในอาคาร ชั้นที่1 หน้าร้านดังกิ้นโดนัท พบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังนายมาริก จาเมล ไอ คากิ(Malik Djamel Ait Kaki) อายุ 41 ปี สัญชาติฝรั่งเศส นอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีเลือดหมู มีบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุปอด ตัดขั้วหัวใจ สะโพกขวา 1 นัด และในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 2 ปลอก
จากการสอบสวนน.ส.ขวัญจิรา ยุทธไกร อายุ 32 ปี เพื่อนของผู้ตายให้การว่า ตนและผู้ตาย ได้ไปนั่งดื่มกินที่ร้าน"ลักกี้ ซ๊อต" ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท11/1 ก่อนจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนร้าย และได้ท้าชกต่อยกันภายในร้าน แต่คนร้ายสู้ไม่ได้ จึงได้แยกย้ายกันไป ต่อมาระหว่างที่ผู้ตายกลับมายังห้องพักภายในตึกดังกล่าว คนร้ายได้ตามเหยื่อมาจนถึงบริเวณหน้าร้านดันกิ้นโดนัท ก่อนใช้อาวุธปืนที่เตรียมมา ยิงใส่ผู้ตายจนเสียชีวิต และหลบหนีไป
ทั้งนี้ เมื่อทำการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.กันตพงษ์ ฮวดศรี อายุ 49 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สน.ลุมพินี ซึ่งหลังก่อเหตุได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและคนร้าย ซึ่งรู้จักกันมาก่อน รู้จักกันมาได้เกือบ 1 ปี โดยผู้ตายมักเดินทางไปกลับ ไทย-ฝรั่งเศส อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทั้งคู่ได้นั่งดื่มกินภายในร้านดังกล่าว หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มมีอาการเมาสุรา ก่อนจะมีปากเสียงกัน เนื่องจากผู้ตายหึงหวงแฟนสาวที่ไปพูดคุยกับคนร้าย จนกระทั่งมีการชกต่อยกัน แต่คนร้ายสู้ไม่ได้ จนกระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิต
ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุจริง โดยเกิดจากบันดาลโทสะ ซึ่งจากนั้นจึงได้ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม สำหรับขั้นตอนของการดำเนินคดีจะต้องทำตามระเบียบ ซึ่งขณะนี้ได้มีคำสั่งให้ ด.ต.คนดังกล่าว ออกจากราชการ และจะต้องให้ความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นชาวต่างชาติด้วย โดยตนได้สั่งการให้พล.ต.ต.มงคล ค่อยประสานงานกับทางสถานฑูต และรายงานเหตุการณ์ให้ทางสถานทูตเป็นระยะๆ
ทางด้าน พล.ต.ท.สุรเชฐษ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ด.ต.นายนี้เคยมีคดีใช้อาวุธปืนไล่ยิงผู้อื่นมาแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนนี้อยู่ระหว่างต่อสู้คดี สำหรับผู้ตายได้มาพักพิงในประเทศไทย เพื่อหางานทำเป็นเวลา 7-8 เดือนแล้ว
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับปืนที่ใช่ก่อเหตุนั้น เป็นอาวุธปืนของ ด.ต.กันตพงษ์ ซึ่งได้ฝากไว้กับทางร้าน จากนั้นก่อนกลับทางเด็กเสริฟของร้านได้นำปืนมาคืนให้ อย่างไรก็ตาม การก่อเหตุครั้งนี้ ด.ต.กันตพงษ์ ลงมือก่อเหตุแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น