คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด บอก ถึงกรณีกระแสข่าวผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ ไม่ให้ 4 รัฐมนตรีลาออก เพราะไม่มีกฎหมายบังคับ ว่า ก่อนหน้านี้คนไทยจำได้ว่า 4 รัฐมนตรีบอกว่าจะลาออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่กลับตระบัดสัตย์ ไม่ออกแล้วหรือไม่ และยังจะอยู่ต่อเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์กับพรรคพลังประชารัฐ ให้มากที่สุดอีกด้วย เวลาลาออกที่เหมาะสมคือเวลาที่กุมความได้เปรียบเอาไว้ให้ได้มากที่สุดหรือไม่
นายอนุสรณ์ บอกว่า มีตัวอย่างนายอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ทำหนังสือเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาต้อนรับ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่นำคณะลงพื้นที่ติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ชัดเจนว่าที่เคยบอกว่าจะลงพื้นที่เฉพาะวันหยุด เอาเข้าจริงก็ลงในวันเวลาราชการด้วย
นอกเหนือจากการถูกตั้งคำถามว่าพยายามเอาเปรียบพรรคอื่นอย่างชัดเจน มีการใช้งบประมาณ ทรัพยากร บุคลากรของรัฐ เพื่อการหาเสียงให้พรรคการเมืองหรือไม่ ที่บอกว่าผู้ใหญ่ในพรรคไม่ให้ลาออกนั้น นายอุตตมเป็นหัวหน้าพรรค ยังจะมีใครใหญ่เกินหัวหน้าพรรคอีกหรือ ผู้ใหญ่ที่ว่านั้นหมายถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะถูกพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะมีการวิเคราะห์กันในลักษณะว่า 4 รัฐมนตรีต้องไม่ลาออก ต้องอยู่เป็นกันชนเพื่อไม่ให้กระแสกดดันให้ลาออกลามถึงตัวพลเอกประยุทธ์
นายอนุสรณ์ มาตรา 29 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เขียนไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม จึงอยาก กกต. ช่วยตรวจสอบ รวมถึงการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการหาเสียงหรือไม่ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน และนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม"