เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2561 ที่คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก คณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เชียงใหม่ และ กลุ่มล้านนาด็อกเวลแฟร์ จัดเสวนาเรื่อง One health: กรณีศึกษาเด็กถูกสุนัขกัดในท้องที่อำเภอดอยสะเก็ด โดย ดร.วิสิตศักดิ์ สุขสะอาดพสุ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก เป็นผู้กล่าวเปิดงานเสวนา พร้อมทั้งเชิญวิทยาเข้าร่วมเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาประชาชนสุนัขจรจัดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
ดร.วิสิตศักดิ์ สุขสะอาดพสุ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก เปิดเผยว่า จากกรณีกลุ่มสุนัขจรจัดกัดเด็กอายุ 1 ขวบ ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ข่าวนี้เป็นที่สนใจของประชาชน สื่อมีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จากเหตุการณ์นี้เด็กถูกส่งไปรักษาที่รพ. ในพื้นที่ ส่วนกลุ่มสุนัขจรจัดทั้งฝูงที่ต่อสู้กันและตัวที่กัดเด็กถูกจับไปกักกันดูอาการเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ ทางปศุสัตว์ได้เจาะเลือดสุนัขเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในขณะที่เด็กได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและรอการเจาะเลือดเพื่อประเมินว่ามีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นหรือไม่ และยังมีข้อสงสัยว่าจะต้องส่งตัวอย่างอะไรบ้างเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องดำเนินการ แลเกิดการตื่นตัวในการเข้ามาบูรณาการกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการเร่งด่วน โดยไม่สามารถปล่อยให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวนี้ได้ ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงมีแนวคิดที่จะจัดการเสวนาโดยความร่วมมือกับล้านนาด็อกเวลแฟร์และสำนักงานปศุสัตว์เชียงใหม่เพื่อบูรณาการการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าของจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า
นายอรรถชา กัมปนาทแสนยากร นายอำเภอดอยสะเก็ด กล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สุนัขจรจัดรุมกัดเด็ก ทางอำเภอได้มีการนัดหมายประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ดมีสุนับจรจัดรวมประมาณ 1,000 ตัว แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก่อนทางอำเภอจึงได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานลงพื้นที่จับสุนัขจรจัดที่ในบริเวณดังกล่าวทำหมัน พร้อมทั้งเจาะเลือดสุนัขตัวที่กัดเด็กส่งตรวจเพาะเชื้อ พร้อมทั้งนำไปกักไว้ที่ศูนย์พักพิง แต่ปัญหาไม่หมดไป เนื่องจากมีกลุ่มใหม่เข้ามาแทนที่กลุ่มเดิมที่จับออกไป จึงได้มีการวางแผนที่จะดำเนินโครงการ 1 ชุมชน 1 คอกสุนัขจรจัด 1 วัด 1 โรงเรียน 1 คอกสุนัข พร้อมรณรงค์ให้ผู้ที่นำอาหารมาให้ทำความคุ้นเคยกับสุนัข เพื่อสามารถจับสุนัขมาทำหมันได้ เป็นการควบคุมประชากรสุนัข
จากการเสวนาในครั้งนี้ เริ่มเห็นว่าต้องมีการบูรณาการร่วมกันกับองค์กรอิสระที่ให้ความช่วยเหลือหมาแมว โดยใช้อ.ดอยสะเก็ด เป็นโมเดลในการดำเนินการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด ซึ่งจะต้องต้องมีการพูดคุยต่อยอดเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม
นสพ.มงคล ศรีจันทร์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สุนัขจรจัดแต่ละพื้นที่ต้องมีหน่วยงานหลายแห่งเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ฉบับด้วยกันคือ พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้าพ.ศ.2535 เน้นการป้องกันและควบคุมโรค, พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 เกี่ยวกับการควบคุมโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่, พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่ง พ.ร.บ.นี้บางส่วนทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ลำบากขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากไม่สามารถสั่งทำลายได้ทันที่หากมีโรคระบาดเกิดขึ้นในพื้นที่
นายชุติพนธ์ สารแปงนายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย กล่าวว่า ปัญหาที่กำลังประสบอยู่ในพื้นที่ขณะนี้คือ ทางสตง. ได้ระบุว่าการดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์เพื่อฉีดป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และทำหมัน ไม่ใช่หน้าที่ของท้องถิ่น ทำให้จำนวนสุนัขในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นมาอย่างต่อเนื่องซึ่งน่าจะมีการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากให้เกิดในพื้นที่อื่นอยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้ายดร.วิไลวรรณ เพชรโสภณสกุล องค์กรภาคเอกชนจัดการเรื่องสัตว์จรจัดกลุ่มล้านนาด็อกเวลแฟร์ กล่าวว่า การควบคุมจำนวนประชาชนสุนัขจรจัดสิ่งสำคัญต้องได้รับการสนับสนุนจากชุมชน และการสนับสนุนจากองค์กรอิสระ ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือสัตว์ ต้องมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐ เพราะองค์กรช่วยเหลือสัตว์สามารถสนับสนุนช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐได้เป็นอย่างดี ในเรื่องการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และ สุนัขจรจัด ต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนแบบมีมนุษยธรรม การใช้ความรุนแรงไม่ใช่แนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
การแก้ไขปัญหาด้วยการนำสุนัขจรจัดในบริเวณนั้นออกจากพื้นที่ เช่นเดียวกับที่ดอยสะเก็ด ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เนื่องจากเมื่อมีการนำสุนัขออกจาพื้นที่ จะมีกลุ่มใหม่เข้ามาแทนไม่หมดไป แต่หากควบคุมสุนัขจรจัดให้อยู่คงที่โดยการทำหมันฉีดวัคซีนจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการ
น.ส.นรินทร์ธัช นันทวัน ณ อยุธยา ตัวแทนองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ Watchdog Thailand ในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีสุนัขจรจัดอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งการแก้ไจปัญหาของหน่วยงานราชการบางแห่งมีการติดป้ายห้ามให้อาหาร ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งได้เข้าไปทำความเข้าใจแล้วว่า การห้ามดังกล่าวจะยิ่งทำให้ปริมาณสุนัขจรจัดเพิ่มจำนวนมากขึ้น ดังนั้นควรให้ผู้ที่นำอาหารมาให้ทำความคุ้นเคยกับสุนัข เพื่อที่จะจับมาทำหมันได้ เป็นการแก้ไขการเพิ่มจำนวนของสุนัขได้ โดยมีการองค์กรอิสระพร้อมที่จะเข้าไปช่วยดำเนินการทำหมันให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งสอดคล้องกับนายอำเภอดอยสะเก็ดที่ต้องการให้ผู้ที่นำอาหารมาให้สุนัขทำความคุ้นเคยกับสุนัข