พรรคการเมือง อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยรักษาชาติ เข้าวางพานพุ่มดอกไม้ ถวายบังคมรัชกาลที่ 7 พร้อมให้ความเห็นว่า หากบัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้ จะเกิดความยุ่งยาก ประชาชนสับสน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เนื่องด้วยวันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.ของทุกปี เป็นวันพระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วันนี้ พรรคการเมือง ส่วนราชการ หน่วยงาน คณะบุคคล และประชาชนทั่วไป จึงได้นำพานประดับพุ่มดอกไม้ มาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่รัฐสภา อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนช่วงบ่าย ยังมีบุคคลสำคัญ เดินทางมาวางพานพุ่มดอกไม้ อาทิ นายกรัฐมนตรี และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
โดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิโรจน์ เปาอินทร์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องบัตรลงคะแนน ที่จะไม่มีโลโก้พรรคการเมืองว่า ส่วนตัวเห็นใจ กกต. ซึ่งเป็นเพราะคนเขียนกติกา 1 ในแม่น้ำ 5 สาย ทำให้ 350 เขต จะมี 350 แบบ และการกำหนดแบบนี้ จะเกิดความยุ่งยาก รวมถึง กกต. ก็จะยากที่ต้องปฎิบัติ พร้อมมองว่า ถ้าไม่มีโลโก้พรรค ก็จะมีผลอย่างแน่นอน เพราะจะทำให้ประชาชนสับสน และยุ่งยากขึ้น ขณะเดียวกัน ย้ำว่า หลายอย่างในรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับการแก้ไข เพราะไม่อย่างนั้น จะเป็นอุปสรรค ส่วนตอนที่ยังไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ก็คิดว่า ไม่ทันที่จะยื่นศาลปกครอง
ขณะที่ หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช บอกว่า การแสดงความคิดเห็นของหัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรี ที่ให้นำโลโก้ และชื่อพรรคการเมืองออกจากบัตรลงคะแนนเป็นเรื่องเซนซิทีฟ และขัดเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ อย่างชัดเจน รวมถึงขัดต่อการปฎิบัติสากล เพราะประชาชนไม่ใช่ทุกคนจะอ่านหนังสือได้ หรือ จดจำหมายเลขได้ โดยขอให้คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก และการเลือกตั้งครั้งนี้ สังคมโลกจับจ้อง ดังนั้นจึงขอให้ดำเนินด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม นอกจากนี้ มองว่า ประเทศจะเกิดปัญหาหนัก ถ้าผู้มีอำนาจไม่มีจิตสำนึก จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจ กกต.ทำงานอย่างมีอิสระ
ส่วนผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา นิกร จำนง ได้เสนอแก้ปัญหาเรื่องบัตรลงคะแนนว่า ให้แยกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนการลงคะแนนนอกประเทศ ให้ใช้บัตรโหล คือ เรียงตามหมายเลขตามที่ กกต.เสนอ / ส่วนการลงคะแนนในประเทศ ให้พิมพ์บัตร 77 แห่ง หรือ จังหวัดใคร จังหวัดมัน ซึ่งจะทำให้ทันเวลา ในการลงโลโก้ ชื่อพรรค เพราะจะไม่ต้องใช้เวลาในการจัดส่งไปตามจังหวัดต่างๆ แต่ต้องมีการออกระเบียบจัดซื้อจัดจ้างใหม่ โดยส่วนตัว จะนำเรื่องนี้ เสนอต่อที่ประชุมร่วมกับ กกต. ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ พร้อมมองว่า เรื่องนี้ได้ผูกมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แก้ไขกัน