เดือนธันวาคม ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง จะมีการปลดล็อคการทำกิจกรรมทางการเมือง โดยยกเว้นคำสั่งและประกาศ คสช.9 ฉบับ จากนั้นในวันที่ 20 ธันวาคม กกต.จะประกาศใช้ระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 28 ธันวาคม รัฐบาลจะหยุดเสนอร่างกฎหมายให้ สนช.พิจารณาวันที่ 2 มกราคม คาดว่าจะเป็นวันประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้ง ส.ส. ก็จะเริ่มหาเสียงได้ ขณะเดียวกัน กกต.ก็จะเริ่มคำนวณค่าใช้จ่ายที่พรรคการเมืองใช้ในการหาเสียง4 มกราคม กกต.จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส. และสถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยระหว่างวันที่ 14-18 มกราคม จะเป็นวันเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.และให้พรรคการเมืองแจ้งชื่อผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคการเมืองต่างๆวันที่ 25 มกราคม ประกาศรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขต และแบบปาร์ตี้ลิสต์ของทุกพรรคให้ประชาชนทราบ
วันที่ 4-16 กุมภาพันธ์ กำหนดเป็นวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 15 กุมภาพันธ์ กำหนดให้เป็นวันที่ สนช.ต้องหยุดการพิจารณาร่างกฎหมาย 17 กุมภาพันธ์ เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า 24 กุมภาพันธ์ เป็นวันเลือกตั้งทั่วไปหลังเลือกตั้งแล้ว 60 วัน คือวันที่ 25 เมษายน จะเป็นวันสุดท้ายของการประกาศผลการเลือกตั้ง และในวันที่ 28 เมษายน เป็นวันสุดท้ายที่ คสช.จะคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. จำนวน 250 คน นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายและประกาศแต่งตั้งต่อไป
วันที่ 9 พฤษภาคม จะเป็นวันสุดท้ายของการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการภายใน 15 วันหลังประกาศผลการเลือกตั้ง จากนั้นจะเป็นช่วงเวลาของการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และเลือกนายกรัฐมนตรี ตั้ง คณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อถึงวันนั้น คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน และ คสช.จะพ้นจากตำแหน่ง และคณะรัฐมนตรีใหม่จะแถลงนโยบายภายในเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันถวายสัตย์ปฏิญาณ