1.อาเซียนไม่หมู
เราคงได้รู้นิยามของคำนี้จริงๆ ตั้งแต่เกมรอบรองฯ ด้วยการบุกไปเสมอ มาเลเซีย 0-0 และกลับมาเสมอในบ้าน 2-2ตกรอบด้วยกฎอเวย์โกลเป็นอันต้องยุติเส้นทางคว้าแชมป์สมัยที่ 6 โดยทันที ด้วยฟอร์มการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หากเทียบกับรอบแรกที่เรายิงประตูคู่แข่งมากว่า 15 ลูก และเสียเพียง 3 ประตู มี 10 แต้ม เข้ารอบมาในฐานะทีมแชมป์ของ กลุ่มบีแม้ว่าจากผลงาน และสกอร์ที่ออกมามันอาจะดูค่อนข้างห่างชั้นกับทีมร่วมสายอย่าง ติมอร์เลสเต , สิงคโปร์ , อินโดนีเซีย หรือกระทั่ง ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นทีมเดียวที่แบ่งแต้มกับเราได้ แต่อันที่จริงหากจะมาวัดศักยภาพกับทีมเหล่านั้นก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่นัก..
เริ่มตั้งแต่ ติมอร์เลสเต ที่ถูกมองว่าเป็นทีมไม้ประดับในย่านนี้ โดยเสียไปถึง 19 ประตูในรอบแรก คงยากที่จะไปวัดอะไรได้ แม้เราจะถลุงไปถึง 7-0 ก็ตามต่อมาเป็น อินโดนีเซีย แม้ว่าชื่อชั้นดูจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับทีมไทย แต่อันที่จริงแล้ว อินโดฯ ชุดนี้ ยังไม่ใช่ชุดที่ดีที่สุด เนื่องจากว่า แข้งหลักยังคงอยู่ช่วยสโมสรในการขับเคี่ยวช่วงโค้งสุดท้ายของลีกาวัน
ถัดมาเป็น ฟิลิปปินส์ ทีมเบอร์หนึ่งของอาเซียน ซึ่งเป็นเกมเดียวในรอบแบ่งกลุ่มที่เราต้องออกไปเยือน ด้วยปัจจัยต่างๆทั้งเรื่องสนาม และโค้ชที่มีกุนซืออย่าง สเวน โกรัน อิริคสัน คุมทัพ แถมยังมีสไตล์เกมสวนกลับที่น่ากลัว จนแบ่งแต้มกับทีมไทย โดยได้ประตูในช่วงท้ายเกม ทำให้เราต้องกลับมาลุ้นจนถึงเกมสุดท้ายเกมสุดท้ายกับ สิงคโปร์ ทีมชุดนี้ถูกเปลี่ยนผ่านมาพอสมควร ส่วนลีกประเทศก็ดูซบเซา จนไร้สตาร์ดังเฉกเช่นในยุคปี 2012 ที่มีแข้งโอนสัญชาติมากมาย จนบุกมาคว้าแชมป์ได้ถึงในบ้านเรา.. แต่สกอร์ 3-0 ก็น่าจะทำให้แฟนบอลไทย ชื่นใจขึ้นมาได้บ้าง ก่อนเข้าสู่รอบรองฯ
และสำคัญที่สุดในรอบรอบฯ กับ มาเลเซีย ที่ บูกิต จาลิล สังเวียนเหย้าของเสือเหลือง ที่เรายังสะกดคำว่าชนะที่นี่ไม่เป็น ด้วยเสียงเชียร์จากแฟนเจ้าถิ่นกว่า 87,000 ในสนาม กดดันเราให้เราเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน จนเริ่มมีเสียงวิจารณ์ถึงแผนการเล่น ว่าเรากลัวเสียประตูและเน้นรับมากเกินไปหรือไม่ จากผล 0-0 เป็นเหตุที่เราจะต้องไม่เสียประตูในนัดที่สอง แต่ในนัดสองที่ราชมังฯ ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวังไว้ ด้วยความมุ่งมั่นในการเข้าสู่รอบชิงฯ ของ มาเลเซีย ที่มีมากกว่า จนเห็นได้ชัดในแววตาของพวกเขา แม้กระทั่ง ราเยวัช ยังพูดออกมาเองในการแถลงข่าวหลังจบเกม
2.แท็คติก สไตล์ "ราเยบัส"
ฉายานี้ คงจะเหมาะสมที่สุดกับสไตล์การทำทีมของ มิโลวาน ราเยวัช กับทีมชาติไทยยุคนี้ ด้วยสไตล์การเล่นเน้นรับ เน้นผลการแข่งขัน อาจดูอึดอัดขัดตาแฟนบอลไทยพอสมควร โดยเฉพาะในยามที่เล่นเกมรับแล้วผลออกมาไม่เป็นใจอย่างเกมในรอบรองฯ กับ มาเลเซีย แน่นอนว่าในผลการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ เราอาจจะยังไม่แพ้ทีมใด แต่ผลลัพท์ท้ายที่สุดแล้วก็คือเราตกรอบ.. ซึ่งเห็นได้ว่าการไร้ 4 แข้งหลัก อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ธีรศิลป์ แดงดา , ธีราทร บุญมาทัน และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ส่งผลกับทีมอย่างมาก.. โดยเรื่องนี้ ราเยวัช เองก็ยืนยันไปแล้วก่อนหน้า ว่าจะไม่ใช้ทั้ง 4 ราย ในอาเซียนคัพ ซึ่งก็หวังว่า จากผลการตกรอบรองฯ กุนซือรายนี้ จะได้เห็นข้อบกพร่องต่างๆ และได้เห็นว่าใครสอบผ่าน-ไม่ผ่านบ้าง ก่อนถึงอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่สำคัญช่วงต้นปีหน้า อย่าง เอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย ที่ยูเออี มิเช่นนั้นคงจะได้ถูกกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ จากแฟนบอลอีกไม่น้อยเลยทีเดียว