มีรายงานจาก คสช.หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อช่วยประสานไปยัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ
แม้พล.อ.ประวิตร และนายเฉลิมชัย จะปฏิเสธ รวมทั้งท่าทีของนายอภิสิทธิ์ ที่ออกมาปฏิเสธ จะร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐ แต่มีข้อมูลว่า คสช.ยังมีความพยายามเจรจา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอีก ครั้งหลังการเลือกตั้ง เพราะจะรู้ว่าพรรคไหนจะมาร่วมรัฐบาลแล้ว จะแบ่งโควต้ารัฐมนตรีกันอย่างไร
ขณะเดียวกัน มีข้อมูลจาก พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคจะไม่มีการเจรจากับคสช. จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ เพราะช่วงเลือกตั้ง เหมือนการเปิดศึกระหว่างกัน จะไม่มีการอ่อนข้อให้กัน แต่หลังเลือกตั้งค่อยมาว่ากันอีกครั้ง เพราะ คสช.ทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถที่จะไปร่วมทำงานกับพรรคเพื่อไทย ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีทางเลือกเดียวที่จะไปร่วมทำงานได้ ก็คือพรรคพลังประชารัฐ
ขณะที่ นายสมเกียรติ กอไพศาล เลขานุการส่วนตัว นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า มีความพยายามจากตัวแทนพรรคการเมืองใหญ่บางพรรค ต้องการติดต่อพูดคุยและเข้าพบนายเฉลิมชัย เพื่อเจรจาถึงอนาคตทางการเมือง หรือนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อสืบทอดอำนาจ
ล่าสุดนายเฉลิมชัย แจ้งว่า ไม่ต้องโทรมาอีกหลังจากมีเบอร์แปลกโทรหาหลายครั้ง เนื่องจากขณะนี้ไม่เหมาะสมที่จะมีข้อตกลงใดๆ ก่อนการเลือกตั้ง เพราะทุกพรรคต้องออกไปหาเสียงชี้แจงนโยบายกับประชาชนก่อน หากแอบจับมือกันล่วงหน้าเพื่อต่อรองผลประโยชน์ ถือว่าเป็นแนวคิดของนักการเมืองเก่า
ปัจจุบัน นายเฉลิมชัย ไม่มีตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ แต่บุคคลนอกพรรคอาจมองว่าเป็นผู้มีบารมี เพราะมีอดีต ส.ส.กว่า 30 คน และมีผู้สมัครกว่า 50 เขต ที่นายเฉลิมชัยต้องรับผิดชอบในการเลือกตั้งครั้งหน้า