แน่นอนว่าการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงพี่น้องประชาชนในวงกว้าง ทั้งยังทันยุคทันสมัย เข้ากับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ แต่ก็มีข้อควรระวังที่คล้ายกับการหาเสียงทั่วไป คือห้ามใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่ง ห้ามข่มขู่ หรือสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ต่างๆ เพราะถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งเช่นกัน
การหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เนื่องจากเป็นแพลทฟอร์มที่ใหญ่โตกว้างขวางมาก กกต.ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด / ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี สำนักงาน กกต. จึงแนะนำให้ใช้สื่อใน "โซนสีขาว" ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองต้องแจ้งกับ กกต.ว่ามีช่องทางใดบ้างที่จะใช้ในการหาเสียง เช่น เฟสบุ๊ค / สไกป์ หรือช่องทางอื่นๆ / จากนั้น กกต.จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เพื่อป้องกันการสร้างเพจปลอม หรือการกลั่นแกล้งกันทางออนไลน์
นอกจากนี้ ยังมี "โซนสีเทา" และ "โซนสีดำ" ซึ่ง กกต.ไม่แนะนำให้ใช้ / โดย "โซนสีเทา" จะมีทั้ง "กองเชียร์" และ "กองแช่ง" เป็นช่องทางที่ควบคุมลำบาก / แต่ถ้ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือโดนพวก "กองแช่ง" เล่นงาน ก็สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีได้ / ส่วน "โซนสีดำ" เป็นโซนที่ไร้การควบคุม ถ้าต้นทางอยู่ในต่างประเทศ หรือจดโดเมนเนมในต่างแดน ผู้คุมกฎอย่าง กกต.ก็แทบจะไม่สามารถดำเนินการอะไรได้เลย
แม้ว่าผู้กระทำผิดจะโพสต์ข้อมูลหรือภาพจากต่างประเทศ แต่ ผอ.สำนักกฎหมายและคดี กกต. บอกว่า กฎหมายเลือกตั้งระบุไว้อย่างขัดเจนว่า ให้ถือเป็นการกระทำผิดในราชอาณาจักร ส่วนวิธีการที่จะให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง แต่ในทางกฏหมายถือว่ามัดไว้แล้ว หากกระทำผิดก็จะมีบทลงโทษ แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักรก็ตาม
ล่าสุด แม้จะยังไม่มีการเปิดรับสมัคร แต่หากผู้สมัคร ส.ส.คนใด หรือพรรคการเมืองไหนเปิดช่องทางหาเสียงไปแล้ว ก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะผลจากที่ทำไว้จะถูกตรวจสอบย้อนหลัง จนอาจนำไปสู่การแจกใบเหลืองใบแดงได้เหมือนกัน / โดยการเลือกตั้งหนนี้ กฎหมายไม่ได้มุ่งเอาผิดเฉพาะผู้สมัครหรือพรรคการเมืองเท่านั้น / แต่บุคคลทั่วไปที่เป็นทั้ง "กองเชียร" และ "กองแช่ง" หากกระทำความผิดก็จะถูกลงโทษเหมือนกัน มีโทษตั้งแต่ปรับ จำคุก รวมทั้งถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งเลยทีเดียว และหากพบความเชื่อมโยงไปถึงพรรคการเมือง หรือพิสูจน์ได้ว่าผู้บริหารพรรครู้เห็น พรรคการเมืองนั้นก็จะโดนลงโทษถึงขั้นยุบพรรรค
ล่าสุด กกต.ได้หารือกับตัวแทนของผู้ให้บริการเฟสบุ๊คและไลน์ไปบ้างแล้ว ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี / ขณะเดียวกัน กกต.ยังได้จับมือกับ กสทช. / กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี / และตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ให้ช่วยกันมอนิเตอร์การหาเสียงเลือกตั้งทางโซเชียลมีเดียที่ผิดกฎหมาย จะได้จัดการได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้การเลือกตั้งหนนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด// ถ่ายภาพ// รายงาน