เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) รุมค้าน "วิษณุ" แทรก ป.ป.ช.ปม "บิ๊กมหาลัย" ยื่นทรัพย์สิน

03 ธ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) รุมค้าน "วิษณุ" แทรก ป.ป.ช.ปม "บิ๊กมหาลัย" ยื่นทรัพย์สิน

อีกหนึ่งประเด็นที่ "ล่าความจริง" เกาะติดมาตลอดคือ "ปัญหาธรรมาภิบาล" ในแวดวงอุดมศึกษา ช่วงนี้มีประเด็นร้อน คือการที่ ป.ป.ช.ออกประกาศให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐ รวมไปถึงมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ หรือ "มหาวิทยาลัยนอกระบบฯ" ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ทั้งของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เรื่องนี้แม้จะมีความพยายามล็อบบี้จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายบริหารของสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. และที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตลอดจนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อให้ ป.ป.ช. "ยกเว้น" การยื่นบัญชีทรัพย์สินสำหรับนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนประกาศฉบับนี้บังคับใช้ เพื่อป้องกันปัญหากรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่ยื่นใบลาออกเพื่อหนีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะเกรงว่าจะกระทบกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัยก็ตาม

แต่ปรากฏว่า ป.ป.ช.ยังยืนยันจุดยืนเดิม คือ "ไม่ยกเว้นให้" มติ ป.ป.ช.เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยอมแค่เพียงยืดเวลาให้ผู้ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินได้เตรียมตัวนานขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งตำแหน่งกรรมการองค์การมหาชน ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีหน้าเป็นต้นไป จากเดิมที่ต้องยื่นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา

แต่ปัญหานี้ยังไม่จบ เพราะมีข่าวว่ารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย คุณวิษณุ เครืองาม ไปกล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน บอกว่า ขอให้กรรมการสภามหาวิทยาลัย และกรรมการในองค์การมหาชนต่างๆ อย่าเพิ่งลาออก เพราะประกาศ ป.ป.ช.จะมีการแก้ไขหรือยกเลิกทั้งหมด โดยผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน

สอดคล้องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหมอ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่ออกมาบอกก่อนหน้านี้ว่า นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยอย่าเพิ่งแห่ลาออก เพราะรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาอยู่

จากท่าทีของรัฐบาล ทำให้ ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ CHES พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย ประกอบด้วย ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย หรือ ทปสท. ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง หรือ ทป.มรภ. และ กลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์คัดค้านท่าทีของรองนายกฯวิษณุ เพราะถือว่าเป็นการกดดันแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. เพียงเพื่อยกเว้นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของกรรมการสภามหาวิทยาลัย เข้าข่ายขัดต่อหลักนิติรัฐ เพราะสนับสนุนให้คนบางกลุ่มไม่ต้องปฏฺิบัติตามกฎหมาย และยังส่งผลให้ระบบธรรมาภิบาลของประเทศล้มเหลวอีกด้วย เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งมีปัญหาธรรมาภิบาลจากการที่ผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัยเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลกัน หรือที่เรียกว่า "สภาเกาหลัง"

แม่โจ้ ร้องถอด กก.สภามหาลัยผลประโยชน์ทับซ้อน

ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งส่วนใหญ๋เป็นตัวแทนภาคเอกชนนั้น มีอยู่หลายกรณีในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ อย่างที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยได้ทำหนังสือถึงนายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้พิจารณาถอดถอนกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิรายหนึ่ง ซึ่งเป็นประธานกลุ่มบริษัทเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากพบว่าเป็นคู่สัญญากับมหาวิทยาลัยในการจัดหาพัสดุครุภัณฑ์ในหอพักนักศึกษา

บริษัทแห่งนี้มีร้านจำหน่ายครุภัณฑ์อยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีการทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์กับมหาวิทยาลัยหลายสัญญา ตั้งแต่ปี 2557-2560 จึงเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน และมีลักษณะต้องห้ามการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีข้อบังคับเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน

นี่คือ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2560 คุณผู้ชมดูไปพร้อมกัน ข้อ 8 เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ วงเล็บ 5 ระบุว่า ห้ามเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับมหาวิทยาลัย เว้นแต่เป็นสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวิชาการ และ วงเล็บ 6 ต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับมหาวิทยาลัย เว้นแต่เป็นผู้ถือหุ้นเพื่อประโยชน์แห่งการลงทุนามปกติ

กลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยแม่โจ้มองว่า การเป็นคู่สัญญาจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ในหอพักนักศึกษา ไม่เข้าข่ายการดำเนินการทางวิชาการ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยรายนี้ก็ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นเพื่อการลงทุนตามปกติ เพราะเป็นประธานกรรมการบริษัท ฉะนั้นจึงมีคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างชัดเจน

แบบนี้ก็มี! เปิดจดหมายลาออกหนีโชว์ขุมทรัพย์
ขณะเดียวกัน CHES ยังได้เผยแพร่หนังสือลาออกของกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ที่ให้เหตุผลเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สาเหตุที่ลาออก เพราะไม่ประสงค์จะยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. แต่ท้ายหนังสือกลับเขียนเปิดทางเอาไว้ว่า หาก ป.ป.ช.มีประกาศเปลี่ยนแปลงให้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ขอระงับใบลาออกฉบับนี้

ทางเครือข่าย CHES เขามองว่า การเขียนใบลาออกแบบนี้ เท่ากับเป็นการ "ชักเข้าชักออก" เพราะเนื้อหาในจดหมายมีทั้งขอลาออกและขออยู่ต่อในฉบับเดียวกัน พูดง่ายๆ คืออยากเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ไม่ต้องการถูกตรวจสอบด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินนั่นเอง

นอกจากนั้นยังมีความเคลื่อนไหวจากสภามหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือที่หวุดหวิดโดน ม.44 จะไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินเหมือนกัน โดยอ้างว่าเป็นสภาฯรักษาการ ไม่ใช่ตัวจริง เรื่องนี้คงต้องรอดูกันว่า ถึงที่สุดแล้ว ป.ป.ช.จะว่าอย่างไร ที่สำคัญคือรัฐบาล และ คสช. จะเคาะเรื่องนี้อย่างไร

ข่าวล่าสุด