สอบถามเบื้องตนทราบว่า ตนและผู้เสียหายได้มาเที่ยวและดื่มสุรากันที่ร้านย่านถนนข่าวสาร และแยกย้ายกันไป โดยผู้เสียหายได้เดินแยกมากับชายคนหนึ่ง เมื่อเวลาประมาณ 02.23 น. ชายดังกล่าวได้พาผู้เสียหายเข้าไปในบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างอยู่
ต่อมา ผู้เสียหายได้เดินออกมาจากที่เกิดเหตุในสภาพที่ตกใจและร้องไห้อย่างหนัก พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวนจึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ถ่ายภาพ ทำแผนที่เกิดเหตุ ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายกับแพทย์เพื่อนำผลการตรวจมาประกอบคดี และฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้แจ้งเหตุชาวต่างชาติตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาไปยังกองบังคับการกองการต่างประเทศ(บก.ตท.) รวมทั้งสถานเอกอัคราชฑูตที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อีกทั้ง พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่ออนุมัติให้ออกหมายจับผู้ต้องหารายดังกล่าวในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ยังคงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งข้อมูลให้ตำรวจในสังกัด อาทิเช่น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจทางหลวง และตามพื้นที่ต่างๆ ช่วยตรวจสอบและทำการสกัดจับคนร้ายที่กำลังหลบหนีเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีเร่งรัดให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อที่จะได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาได้โดยเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกคดี ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ และต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม