รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฤษฎา บุญราช ระบุ โครงการสร้างถนน 1 กิโลเมตรต่อ 1 ตำบล โดยองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. รวม 7.5 หมื่นกิโลเมตร วงเงิน 9.2 หมื่นล้านบาท มีเป้าหมายเพื่อให้ทุกอบต.ซื้อน้ำยางจากสถาบันเกษตรกรเท่านั้น จะไม่มีการนำยางในสต็อกที่มีอยู่มาใช้ในโครงการอย่างเด็ดขาด
และเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง กระทรวงฯจึงสั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท.ตรวจเช็คสต็อกยางที่มีอยู่ หากพบว่าหายไปหรือไม่ครบตามจำนวนที่ระบุ ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน โดยการตรวจสอบต้องดำเนินการสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ออกมากระทบกับตลาดยางพาราในประเทศ
ด้านรักษาการผู้ว่าการ กยท. เยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ ระบุ สต็อกยางที่รับซื้อมาเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางตามโครงการรัฐบาลช่วงปี 2556-2557 ทั้ง 2 โครงการ คือโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง จากรายงานพบว่ายังอยู่ครบตามจำนวน 104,000 ตัน แต่คุณภาพลดลงตามอายุที่จัดเก็บ
ส่วนมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางปัจจุบันมีเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. 1,651,499 ราย แบ่งเป็นเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์ 1,054,396 ราย และผู้กรีดยาง 304,246 ราย นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรที่แจ้งไม่มีเอกสารสิทธิ์อีก 292,857 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.1,651,499 ราย
- เจ้าของสวนมีเอกสารสิทธิ์ 1,054,396 ราย- ผู้กรีดยาง 304,246 ราย- เจ้าของสวนไม่มีเอกสารสิทธิ์ 292,857 ราย
ที่มา กยท.