ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค ร่วมกันแถลงถึงแนวทางยุทธศาสตร์พรรค โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่าวันนี้โลกเปลี่ยนไปมากแต่ประเทศไทยจมอยู่กับทศวรรษแห่งการศูนย์เปล่า มีการยึดอำนาจ มีกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เกิดความเสียหายทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ขณะที่ประชาชนอยากเลือกตั้งให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีความพยายามสืบทอดอำนาจของคสช. เพื่อบริหารประเทศแบบเดิมจะทำให้ประเทศเสียหายต่อไปอีก เราต้องยับยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและหัวหน้าคสช.เป็นนายกฯต่อ และจะผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย โดยนโยบายสำคัญที่พรรคจะผลักดันเป็นอันดับแรก คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกสมัยใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชั่น และความเป็นประชาธิปไตย
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคทษช.มีความเป็นเชื้อสายมาจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และตนเองก็เคยเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่มีนโยบายบริหารประเทศให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า เรามั่นใจว่าจะจัดทำนโยบายที่ดีนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพราะมีบุคลากรทั้งคนรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์ร่วมกันทำงาน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทำให้พรรคการเมืองใหญ่ติดปัญหา เราไม่ขอเป็นเรือลำใหญ่จะเป็นเพียงเรือขนาดกลางๆ แต่ขอเป็นลำหน้าในการนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย เราไม่อวดอ้างจะเป็นผู้นำ แต่ขอมีส่วนร่วมทั้งหมดนี้เพื่อยับยั้งพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้กลับมาเป็นนายกฯ เนื่องจากที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นความเป็นประชาธิปไตยเท่านั้นจะทำให้
เมื่อถามถึงการประกาศเขตเลือกตั้งของกกต. นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การแบ่งเขตครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายในการให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองก่อนการสรรหาผู้สมัครและการปลดล็อก ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด แม้จะไม่ได้เกิดกับเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ แต่เมื่อไปดูดนักการเมืองมาก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อตัวเอง แล้วประกาศว่าจะได้ส.ส. 150 คนทั้งๆที่เป็นพรรคตั้งใหม่ ถือเป็นการแบ่งเขตที่น่าอับยศ เพราะบางอำเภอถูกแบ่งเป็น 4 เขต ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เป็นการสนองความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค เป็นการสร้างแผลเป็นให้กับกกต. ที่ต้องทำไปทั้งที่รู้ว่าจะเกิดความเสียหายขึ้น เป็นเครื่องหมายว่าคสช.เข้ามาแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งของกกต.ได้ เป็นการปักธงเริ่มต้นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นธรรมและไม่เสรี
ด้านร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการที่ชัดเจนในการสืบทอดอำนาจ โดยคาดการณ์ว่าต้องการ ให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ เราจะนิ่งเฉยอย่างนี้หรือ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันก้าวให้พ้นกับดักและองคาพยพที่ผู้มีอำนาจวางไว้ เพื่ออนาคตของคนไทยและศักดิ์ศรีของประชาชนคืนมา ทั้งนี้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายใต้ม.44 ก็ว่าแย่แล้ว แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ออกมา เช่นจ.สุโขทัย ที่เขตเลือกตั้งเดียวกันไม่มีถนนเชื่อมถึงกัน ประชาชนต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางธรรมชาติ
ทั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล หากคำนึงถึงประชาชนเป็นหลักก็ไม่ควรแบ่งเขตออกมาในลักษณะนี้ แม้กติกาจะไม่ยุติธรรมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรคทษช.พร้อมสู้ทุกสถานการณ์ และขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคที่จะเปิดให้สมาชิกแสดงความประสงค์ลงเลือกตั้งก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารต่อไป รวมถึงได้เตรียมการเกี่ยวกับคณะกรรมการอำนายการการเลือกตั้งของพรรคที่จะวางบุคลากรทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายนโยบาย ที่จะมีการแถลงกันต่อไปในภายหลัง