ได้รับแจ้งมีคนงานตกจากนั่งร้านถูกเหล็กป่องอ้อยขนาด 2 นิ้ว เสียบเข้าที่ชายโครงทะลุด้านหลังบาดเจ็บสาหัส ภายในสถานที่ก่อเหตุโครงหลังคาคลุมสนามกีฬา หน้าอาคารหลุยส์ ชาแนล ภายในโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ เลขที่ 419/1389 หมู่ 5 หมู่บ้านทิพวัล ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสาสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ และรถกู้ชีพของโรงพยาบาลสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ก่อสร้างโครงหลังคาคลุมสนามกีฬาของทางโรงเรียนที่อยู่ระหว่างเทปูนหล่อเสาขนาดใหญ่ ที่มีการต่อนั่งร้านขึ้นไปทำงานอยู่ด้านบน ได้พบคนงานกันช่วยกันพยุงร่างของนายสิทธิพงษ์ พวงสันเทียะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320 หมู่ 6 ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร คนงานของบริษัท วี เอส เทค จำกัด ที่เข้ามารับเหมาสร้างโครงหลังคาของโรงเรียนดังกล่าว ถูกเหล็กป่องอ้อยเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณ 3 เมตร เสียบเข้าที่บริเวณชายโครงข้างซ้ายปลายเหล็กทะลุออกที่บริเวณกลางแผ่นหลัง และยืนทรงตัวอยู่บนโครงเหล็กนั่งร้านสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตร
เจ้าหน้าที่อาสาสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ และเพื่อนร่วมงานได้ช่วยกันประคองร่างของนายสิทธิพงษ์ ที่มีเหล็กป้องอ้อยยาว 3 เมตรเสียบคาอยู่ที่กลางแผ่นหลังลงมาที่พื้นด้านล้าง ด้วยความลำบาก ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ และอาสาสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการและมูลนิธิร่วมกตัญญู จะเข้าให้การปฐมพยาบาล โดยให้ผู้บาดเจ็บนอนคว่ำในท่าปลอดภัย และทำการบล็อกบาดแผลและเหล็กให้แน่นเพื่อความปลอดภัย และใช้เครื่องตัดถ่างตัดเหล็กป้องอ้อยที่เสียบคาแผ่นหลังออกให้เหลือสั้นที่สุด เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยที่เกิดเหตุทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าบันทึกภาพทำข่าวแต่อย่างใด
จากการสอบถามเพื่อนคนงานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ขึ้นไปบนยืนทำงานอยู่บนนั่งร้านสูงจากพื้นกว่า 10 เมตรเพื่อเตรียมแบบเทปูนเสาต้อหม้อของตัวโครงสร้าง แต่ระหว่างที่ผู้บาดเจ็บกำลังจัดเตรียมแบบซึ่งต้องเดินข้ามไปมาและคาดว่าหน้าจะก้าวผิดทำให้พลัดตกลงมาจากตัวนั่งร้านถูกตัวเหล็กของโครงสร้างด้านล่างซึ่งเป็นเหล็กป้องอ้อยที่ตั้งอยู่เสียบเข้าที่ชายโครงข้างซ้ายจนทะลุกลางแผ่นหลัง
หลังเกิดเหตุเพื่อนร่วมงานได้ช่วยกันลงมาพยุงร่างของผู้บาดเจ็บเอาไว้และเอาผ้าขาวม้ามาผูกยึดตัวเหล็กป้องอ้อยเอาไว้เพื่อไม่ให้เหล็กเส้นดังกล่าวขยับไปมาจากตัวผู้บาดเจ็บได้ก่อนที่จะช่วยกันประคองร่างของผู้บาดเจ็บลงมาด้านล่างพร้อมแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนงานที่ทำงานอยู่ขณะเกิดเหตุทั้งหมดมาทำการสอบสวนที่โรงพัก เพื่อหาข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป