นายสงคราม กล่าวว่า การที่ตนมารับเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เนื่องจากว่า ได้เห็นถึงนโยบายของพรรค เป็นนโยบายที่ดี มีจุดยืนดี คือ การอยู่เป็นเกาะกลาง แตกต่างแต่ไม่แตกแยก คุยกันได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนความคิด จุดยืนของตัวเอง อีกทั้งตนเกิดจากครอบครัวที่ยากจน ถึงแม้ตอนนี้จะพอมีกินมีใช้ แต่ก็ไม่ลืม อยากจะช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อชาติจะส่งผู้สมัครลงครบทั้ง 350 เขตหรือไม่ นายสงคราม กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าจะส่งผู้สมัครลงครบทั้ง 350 เขตอย่างแน่นอน แม้ที่ผ่านมาจะถูกดูดไปบ้างแต่ก็สามารถหาทดแทนได้ เมื่อถามถึง กรณีการประชุมร่วมระหว่าง พรรคการเมือง และ คสช. ในวันที่ 7 ธันวาคม 2561 นั้น นายสงคราม กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ คสช.เลย ดังนั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะไปเพื่ออะไร แต่ก็จะต้องขอปรึกษาหารือกันก่อนภายในพรรคว่าเราจะไปหรือไม่ ไปแล้วจะได้อะไร
ด้าน นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ววันนี้ ว่า การดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนแรกควรต้องยึดตามรูปแบบที่ประชาชนแสดงความเห็น ไม่ใช่เรื่องที่ กกต.ต้องไปฟังคนเพียงไม่กี่คน และเห็นได้ว่า การแบ่งเขตที่ออกมานั้น มีการเอาเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค ขณะที่การออกมาให้สัมภาษณ์ของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุในทำนองว่า สามารถไปร้องศาลปกครองได้ หากเห็นว่าการแบ่งเขตไม่เป็นธรรมนั้น ส่วนตัวมองว่า นายวิษณุ มั่นใจอยู่แล้วว่า การไปร้องศาลปกครองจะไม่เกิดผล เพราะ กกต.มีมาตรา 44 คุ้มครองอยู่เพื่อให้ กกต.แบ่งเขตได้ตามเห็นสมควร