เรื่องนี้มีการล็อบบี้กันอย่างหนักให้ ป.ป.ช.ทบทวนกติกาการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ด้วยข้ออ้างที่ว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยในสายผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน เตรียมไขก๊อกลาออกเป็นจำนวนมาก เพราะไม่ต้องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เนื่องจากมองว่าเป็นภาระเกินความจำเป็น ไม่คุ้มกับเบี้ยประชุมครั้งละไม่กี่พันบาท และเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ
ล่าสุด เลขาธิการ ป.ป.ช. คุณวรวิทย์ สุขบุญ ยอมรับว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ในวันพรุ่งนี้ จะพิจารณาปรับปรุงแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.ฉบับล่าสุด เกี่ยวกับการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากที่ประธาน ป.ป.ช.ได้หารือกับรองนายกรัฐมนตรี คุณวิษณุ เครืองาม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งได้ข้อยุติในระดับหนึ่ง แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะนำมาพิจารณาก่อนมีมติอีกครั้ง โดยจะมีการพิจารณาทุกตำแหน่งที่ต้องยื่นใหม่ มั่นใจว่าหลังประชุมในวันพรุ่งนี้จะมีความชัดเจนเรื่องทางออก หรือการขยายเวลาเพื่อเตรียมตัว
ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้ประชุมและมีมติไปครั้งหนึ่งแล้ว ยืนยันว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกคนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ให้ขยายเวลาออกไปเพื่อจะได้เตรียมตัวได้ทัน จากเดิมที่ต้องยื่นในวันที่ 1 ธันวาคมปีนี้ ก็ขยับไปเป็นปลายเดือนมกราคมปีหน้า
แต่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. รวมถึงที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และราชมงคลทั่วประเทศ (กลุ่มนี้เป็นตัวแทนฝ่ายบริหาร) ได้ประชุมกันและมีมติให้ ป.ป.ช.พิจารณาทบทวนประกาศฉบับนี้อีกครั้ง เพราะเกรงผลกระทบที่จะเกิดจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยสายผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน แสดงความจำนงลาออกเป็นจำนวนมาก จนสุ่มเสี่ยงกระทบกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัย ทำให้ต่อมามีข่าวว่า ป.ป.ช.อาจ "ปลดล็อค-เว้นวรรค" การยื่นบัญชีทรัพย์สินของกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนประกาศ ป.ป.ช.มีผลบังคับใช้ แล้วให้ไปบังคับกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยชุดใหม่แทน