(คลิปข่าว) ปธน.ไต้หวันลาออกหัวหน้าพรรค หลังแพ้เลือกตั้ง
25 พ.ย. 2561 | wanchat

ผู้นำไต้หวันประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรครัฐบาล หลังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวานนี้ ในขณะที่ผลการลงประชามติปรากฎว่า ส่วนใหญ่คัดค้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน
ข่าว
25 พ.ย. 2561 | wanchat

ผู้นำไต้หวันประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรครัฐบาล หลังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวานนี้ ในขณะที่ผลการลงประชามติปรากฎว่า ส่วนใหญ่คัดค้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน
ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน แถลงข่าวประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือดีพีพี ซึ่งมีแนวคิดสนับสนุนการประกาศเอกราช หลังการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีขึ้นเมื่อวันเสาร์ และ 1 ปีก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป พรรคของเธอต้องสูญเสียเก้าอี้สำคัญ อาทิ นายกเทศมนตรีเมืองไถจง เมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสอง และเมืองเกาสงทางตอนใต้ซึ่งดีพีพีครองเก้าอี้มานานถึงสองทศวรรษ โดยสูญเสียตำแหน่งให้กับพรรคก๊กมินตั๋ง แกนนำฝ่ายค้านที่มีจุดยืนเป็นมิตรกับจีน อย่างไรก็ตามผู้นำไต้หวันไม่ยอมรับการยื่นลาออกของนายกรัฐมนตรีวิลเลียม ไล่ ซึ่งเสนอตัวแสดงความรับผิดชอบเมื่อช่วงค่ำวานนี้
การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้เปรียบเสมือนการวัดคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีไช่ และการทำงานของรัฐบาล โดยมีรายงานผู้ออกมาใช้สิทธิ์อย่างล้นหลาม จนหน่วยเลือกตั้งบางแห่งต้องเปิดเลยเวลาปิดหีบช่วง 4 โมงเย็น ขณะเดียวกันผลเลือกตั้งที่ออกมาทำให้ตอนนี้พรรครัฐบาลเหลือที่นั่งฝ่ายบริหารในเมืองและเขตต่างๆ ของไต้หวันเพียง 6 แห่ง ขณะที่ฝ่ายก๊กมินตั๋งมีถึง 15 ที่นั่ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่า สาเหตุสำคัญในความพ่ายแพ้ของรัฐบาลมาจากนโยบายในประเทศ โดยเฉพาะระบบบำนาญและกฎหมายแรงงาน
นอกจากการเลือกตั้งแล้ว เมื่อวานนี้ประชาชนยังได้มีโอกาสลงประชามติในหลากหลายประเด็น โดยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนให้ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ยังคงนิยามการแต่งงานให้เป็นระหว่างชายและหญิงเหมือนเดิม ขณะที่ประชามติเรียกร้องสิทธิอันเท่าเทียมของกลุ่มความหลากหลายทางเพศได้รับเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ
ผลที่ออกมาอาจเป็นอุปสรรคในการที่ไต้หวันจะกลายเป็นดินแดนแห่งแรกของเอเชียที่อนุญาตการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน หลังศาลสูงมีคำตัดสินเมื่อปีที่แล้วให้เวลาสภา 2 ปีในการแก้ไขหรือออกกฎหมายใหม่ แม้รัฐบาลยืนยันผลประชามติจะไม่กระทบกับการออกกฎหมาย แต่หลายฝ่ายเกรงว่ากฎหมายฉบับใหม่อาจให้การคุ้มครองคู่รักเพศเดียวกัน แต่ยังคงไม่สามารถแต่งงานกันได้
เช่นเดียวกันกับประชามติเปลี่ยนชื่อในการเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2563 ที่กรุงโตเกียว จาก "จีนไทเป" เป็น "ไต้หวัน" ที่พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คัดค้าน และน่าจะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดกับจีนแผ่นดินใหญ่ลงได้บ้าง