ในช่วงเช้าที่ผ่านมาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ พบปะประชาชน ที่เดินทางมาต้อนรับจากหลายจังหวัด พร้อมกับรับฟังการนำเสนอเรื่อง ตลาดซื้อขายข้าวตรง จากสมาคมชาวนาและเกษตรไทย โดยมั่นใจว่าจะสามารถช่วยเหลือราคาผลผลิตทางการเกษตรในระยะยาวได้ค่ะ
เวลา 9:15 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เดินทางถึง บริเวณ คิงคองไรซ์ หรือตลาดข้าวออแกนิกส์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมแกนนำพรรคเช่น คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา คุณ โภคิน พลกุล และคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง นอกจากนี้ยังมีแกนนำในพื้นที่ จ.ขอนแก่น อย่างนายจักรินทร์ พัฒน์ดำรงจิต นายธนิก มาสีพิทักษ์ นายจตุพร เจริญเชื้อ ซึ่งบรรยากาศ ก็มีประชาชนที่สนใจมาสมัครสมาชิกพรรค รวมถึง นปช. กลุ่มคนเสื้อแดง มารอต้อนรับ
ซึ่งภาระกิจในช่วงเช้าของการลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ก็มีการรับสมัครสมาชิกพรรค และมีการเข้าห้องประชุมรับฟัง ความต้องการตลาดตรงซื้อขายข้าวของชาวนา เพื่อสร้างช่องทางการตลาดให้ชาวนา ที่ไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง อีกทั้งเป็นการสร้างโอกาสให้ชาวนาได้ช่วยเหลือตัวเอง
นาย จตุกรณ์ ภูสีเขียว ประธานสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย จ.ขอนแก่น ได้นำเสนอต่อคุณสุดารัตน์ เรื่องของการสร้างตลาดชาวนา โดยมีการควบคุมคุณภาพในกลุ่มผู้ซื้อผู้ขายข้าว ซึ่งตลาดข้าวชาวนานี้จะสร้างทางรอดให้ชาวนา เพียงแค่มีการเปิดตลาด เพื่อรวมกลุ่ม ให้มีช่องทาง และให้รัฐบาลส่งเสริมให้มีตลาดผู้ซื้อผู้ขายโดยตรง
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเรื่องของ ปัญหาราคาสินค้าเกษตร โดยเสนอให้รัฐบาลยกเลิกราคารับซื้อข้าว ให้เกษตรกรกำหนดราคาขายเอง สอนให้เกษตรเป็นชาวนามืออาชีพ
โดย คุณหญิงสุดารัตน์ หลังได้รับฟังการนำเสนอ ก็กล่าวว่า มีการวางแผนช่วยเหลือเกษตรกร 2 ระยะคือระยะ เร่งด่วนและ ในระยะยาวจะวางแผนการช่วยเหลือราคาผลผลิตทางการเกษตรอย่างถาวร โดยใช้เทคโนโลยีทางการตลาดเข้ามาใช้
นอกจากนี้ทางผู้สื่อข่าวยังถามถึงในส่วนของการเลื่อนการเลือกตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ ก็บอกว่า ทาง คสช.ต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามกับประชาชนเอง สำหรับภาระกิจกลังจากนี้ จะมีการพูดคุย กับผู้ประกอบการในจ.ขอนแก่น ทั้งจาก หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมและ กลุ่มหลักสูตร SBA business academy และนั่ง city bus ชมเมือง ตามเส้นทางเข้า มหาวิทยาลัยขอนแก่น และพูดคุยถึง ขอนแก่นกับการพัฒนาเมือง และปัญหาของคนต่างจังหวัด
สำหรับ จ.ขอนแก่น เดิมเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ก็คงต้องจับตามองว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งใครลงรักษาพื้นที่ไว้ เพราะหลายคนก็ลาออก ไปสังกัดพรรคอื่น