เช่น คดีการขอปรับค่าผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษศรีรัชปี 2551 เป็นค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำนวนรวม 9,091.79 ล้านบาท และคดีสร้างทางแข่งขัน วงเงิน 1,790 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่กำหนดในสัญญา รวมแล้วกว่า 4 พันล้านบาท
โดยกรอบเวลาที่ศาลปกครองสูงสุดกำหนดให้ชำระเงินวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ทำให้บอร์ดและคณะอนุกรรมการพิจารณาเร่งศึกษาแนวทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อเตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการพีพีพี ตัดสินเลือกให้ทันภายในเดือน พ.ย.นี้ ก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี
เบื้องต้นยังกำหนดไว้ 3 แนวทาง คือ 1. ขยายอายุสัมปทานของโครงการทางด่วนขั้นที่ 1 (เฉลิมมหานคร) และขั้นที่ 2 (ศรีรัช) ที่จะสิ้นสุดสัญญา 28 ก.พ.2563 ให้แก่เอกชนเพื่อแลกกับการชำระค่าเสียหายดังกล่าว
2. กทพ.เดินหน้าบริหารทางด่วนช่วงดังกล่าวเอง และจะต้องจัดหาวงเงินมาชดเชยค่าเสียหายแก่เอกชน และ 3. กทพ.เปิดประมูลหาเอกชนรับสัมปทานบริหารจัดเก็บค่าผ่านทางทางด่วนช่วงดังกล่าว และมอบให้เอกชนผู้ชนะการประมูลสิทธิ์เป็นผู้รับภาระทางการเงินที่เกิดจากการฟ้องร้องคดี ทั้งหนี้สินและทรัพย์สิน