"ล่าความจริง" ได้สอบถามไปยังผู้บริหารโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ ได้รับคำยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทุจริต ส่วนการยึดบัตรเอทีเอ็มของครูนั้น มีบางโรงเรียนที่ทำ แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำ ฉะนั้นการให้ข่าวของฝ่ายความมั่นคงในเรื่องนี้จึงเหมือนสาดโคลนให้ได้รับความเสียหายไปทั้งหมดผู้บริหารโรงเรียนเอกชนอธิบายว่า ตัวเลขงบอุดหนุนเงินเดือนครู 15,000 บาทต่อเดือนต่อคนนั้น จริงๆ แล้วแยกเป็นเงินเดือนเพียงราวๆ 6,000-8,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าบริหารจัดการของทางโรงเรียน ฉะนั้นถ้าโรงเรียนจ่ายเงินอุดหนุน 15,000 บาทให้ครูทั้งหมด แล้วค่าบริหารจัดการจะนำมาจากที่ไหน
นอกจากนั้น จำนวนครูที่ได้รับเงินอุดหนุน หน่วยงานรัฐก็คิดเป็นอัตราส่วนตามจำนวนนักเรียน ไม่ได้คิดตามจำนวนครูที่โรงเรียนต้องจ้างจริงๆ ขณะที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่ชายแดนใต้ต้องจ้างครูมากกว่าปกติ เพราะต้องสอนหลักสูตรศาสนาควบคู่กับสามัญด้วย จึงมีครูบางคนไม่ได้รับเงินอุดหนุน เพราะจำนวนครูเกินอัตราที่จะเบิกเงินอุดหนุนได้ ทางโรงเรียนก็ต้องเจียดจากค่าบริหารจัดการมาจ่ายให้แทน ซึ่งค่าบริหารจัดการก็เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต สำหรับโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ก็มีค่าใช้จ่ายเหล่านี้เดือนละ 4-5 แสนบาทเข้าไปแล้ว คิดง่ายๆ ถ้าได้เงินอุดหนุนเดือนละ 150,000 บาท จ้างครู 10 คน คนละ 15,000 บาทจนหมด แล้วค่าบริหารจัดการจะเอามาจากที่ไหน นี่คือคำชี้่แจงจากทางฝ่ายผู้บริหารโรงเรียนเอกชน