ในการยื่นซองประมูลรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทวานนี้ มีผู้ยื่นเอกสารเพียง 2 กลุ่ม จากที่มีผู้ซื้อเอกสารรวม 31 ราย คือกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร และกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ระบุ ยังไม่ได้รับรายงานการประมูลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินอย่างละเอียด ส่วนการมีผู้ยื่นประมุลเพียง 2 กลุ่มนั้น ตนไม่ได้มีความคาดหวัง พอใจหรือไม่พอใจแต่อย่างใด ส่วนผู้ชนะประมูลจะดำเนินดครงการได้สำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะต้องรอให้คณะกรรมการตรวจสอบรายละเอียดและข้อเสนอต่างๆอีกครั้ง
ด้านรักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ ร.ฟ.ท. วรวุฒิ มาลา ระบุ กลุ่มกิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และบมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ส่วนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งและพันธมิตร ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง บมจ.ช.การช่าง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM บริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น และบมจ.อิตาเลียนไทยฯ
หลังจากนี้ คณะกรรมการฯจะพิจารณาซองคุณสมบัติทั่วไปเป็นอันดับแรก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะพิจารณาซองข้อเสนอด้านเทคนิค ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3 สัปดาห์ ก่อนจะพิจารณาซองที่ 3 คือข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน คาดว่าจะสรุปผลการประมูลในเดือนมกราคม 2562
ด้านประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ศุภชัย เจียรวนนท์ ระบุ กลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร เป็นการรวมตัวของบริษัท 5 ราย คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง ถือหุ้น 70% บมจ.ช.การช่างและบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ถือหุ้นรวมกัน 15% บริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่นจากจีน ถือหุ้น 10% และบมจ.อิตาเลียนไทยฯ ถือหุ้น 5%
โดยบริษัทมีความหวังจะชนะประมูล เพราะโครงการนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งเป็นหัวใจการพัฒนาเศรษฐกิจ 4.0 ของประเทศ
ขณะที่กรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ สุรพงษ์ เลาหะอัญญา ระบุ กลุ่มบีเอสอาร์เป็นการรวมกลุ่มกันของ 3 บริษัท โดยบีทีเอส กรุ๊ป ถือหุ้น 60% บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯ และบริษัท ซิโน-ไทยฯ ถือหุ้นบริษัทละ 20%
ส่วนระบบรถจะเป็นการร่วมทุนทั้งจากเอเชียและยุโรป ส่วนระบบอาณัติสัญญาณอยู่ระหว่างการหารือแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ และมีความมั่นใจมากในการประมูลครั้งนี้ เพราะมีพันธมิตรเป็นบริษัทชั้นนำของโลกมาร่วมทุน ขณะที่บีทีเอสมีประสบการณ์บริหารรถไฟฟ้ามากว่า 9 ปี แม้จะไม่ใช่รถไฟความเร็วสูงก็ตาม