เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน ที่สน.เตาปูน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รองผบช.น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สมเกียรติ สนใจ ผกก.สน.เตาปูน ได้เดินทางเข้าสอบปากคำนายสุรสิทธิ์ จันทร์วงศ์สกุล อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลาอาญาเลขที่ 2506/2561 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน และซ่อนเร้นย้าย หรือทำลายศพ หรือ ส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุแห่งการตาย
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในคดีนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน หลังจากเกิดเหตุก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.เตาปูน ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามตัวคนร้ายทราบว่าภายหลังก่อเหตุคนร้ายได้พยายามจะกลับเข้ามาภายในบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อพบตัวนายสุรสิทธิ์จึงได้ทำการจับกุมตัวทันที จากการสอบปากคำนายสุรสิทธิ์ ให้การรับสารภาพว่า นายสุรสิทธิ์และนายณัฐวัฒน์ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัว ทราบเพียงว่านายณัฐวัฒน์เป็นแฟนใหม่ของน.ส.ศศิกานต์ คันทัพไทย อายุ 26 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คบหากับนายสุรสิทธิ์มาเป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะเลิกกันได้เพียง 1 เดือน และได้ไปคบหากับนายณัฐวัฒน์ ต่อมาวันที่ 8 พฤศจิกายน นายสุรสิทธิ์จึงได้ทำการหลอกล่อนายณัฐวัฒน์ เพื่อนัดเจอที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านอิสระภาพ โดยอ้างว่าต้องการให้มาติวพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ให้ จากนั้นได้พากันมาพูดคุย เพื่อเคลียร์ปัญหาในรถยนต์ของนายสุรสิทธิ์ แต่ได้มีปากเสียงกัน นายสุรสิทธิ์จึงเกิดบันดาลโทสะ ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายณัฐวัฒน์ที่กำลังหันหลังอยู่เพื่อลงจากรถ
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อเวลา 00.00 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน ได้นำรถยนต์ที่มีศพของนายณัฐวัฒน์มาจอดทิ้งไว้ที่ซอยประชาชื่น 4 ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน ได้อำพรางศพด้วยการนำมาซ่อนไว้ใต้รถแท็กซี่ จนกระทั่งมีผู้พบเห็นและได้แจ้งว่าพบศพอยู่ภายใต้ท้องรถแท็กซี่ จากการสอบถามเพิ่มเติมพบว่านายสุรสิทธิ์ ได้เคยพูดกับน.ส.ศศิกานต์ว่าถ้ามีแฟนใหม่ก็ให้ระวังตัวไว้ด้วย แต่ไม่ได้ตั้งใจจะยิงจริงๆ แต่เกิดบันดาลโทสะจึงได้ก่อเหตุดังกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.เตาปูนได้ควบคุมตัวนายสุรสิทธิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดที่ 1 ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านอิสระภาพ ซึ่งเป็นจุดที่นายสุรสิทธิ์นัดแนะให้ผู้เสียชีวิตมาสอนพิเศษให้ก่อนจะมีปากเสียงและใช้อาวุธปืนยิงนายณัฐวัฒน์จนเสียชีวิต จุดที่ 2 ภายในซอยประชาชื่น 4 ซึ่งเป็นจุดที่นำศพมาทิ้งไว้ก่อนจะยัดใส่ใต้ท้องรถของแท็กซี่
ด้านนายสุรสิทธิ์ รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง สาเหตุที่ทำไปเพราะโกรธแค้นหึงหวง ประกอบกับวันเกิดเหตุได้โทรไปเรียกให้ผู้ตายออกมาเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่เกิดมีปากเสียงกันเล็กน้อย ตนบอกให้เขาเลิกยุ่งกับแฟน แต่เขาไม่ยอมเลิก พร้อมทั้งด่าและว่าผมว่า "ควาย โง่เองที่โดนแย่งเมียไป" หลังจากเขาพูด ผมก็อารมณ์ชั่ววูบไป เลยยิงเขาแล้วได้นำถุงดำไปคลุมศีรษะเนื่องจากเลือดมันเยอะ ส่วนที่นำศพมาทิ้งไว้ที่เกิดเหตุเนื่องจากเป็นสถานที่คุ้นเคยอยู่ในระแวกบ้าน ปกติเป็นคนพกปืนติดตัวอยู่แล้ว วันเกิดเหตุได้นำปืนมาด้วย แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้เหมือนกัน ผมเสียใจต่อแม่ผู้ตายเหมือนกัน อยากจะขอโทษแม่ด้วย
อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายสุรสิทธิ์ไปฝากขังต่อศาล ซึ่งท้ายคำร้องของพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์