สิ่งที่อาจารย์วิษณุแถลง เรียกว่าปฏิทินการทำงานของคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แถมยังย้ำว่า ปฏิทินนี้ได้หารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว สรุป 11 ธันวาคม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ ฉะนั้นการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันก็จะเริ่มนับในวันนั้น
จากนั้น กกต.จะต้องยกร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. แล้วส่งให้ ครม.พิจารณา เพื่อนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา ภายใน 5 วัน กกต.จะต้องออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส. และจำนวน ส.ส.ในแต่ละเขต กรอบเวลาการรับสมัครผู้สมัคร ส.ส. ต้องออกมาไม่เกิน 25 วัน นับแต่ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส่วนรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้เป็นนายกฯ พรรคละ 3 ชื่อ จะต้องเสนอภายในกรอบระยะเวลา 5 วันที่เปิดรับสมัคร ส.ส.
นี่คือไทม์ไลน์ก่อนเลือกตั้งทั้งหมด โดยทันทีที่มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง คสช.ก็จะปลดล็อกคำสั่งและประกาศทั้งหมดที่เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งและการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองทันที ส่วนวันเลือกตั้ง อาจารย์วิษณุ บอกว่า จากการพูดคุยกับทุกฝ่ายแล้ว คาดการณ์กันว่า กกต.จะประกาศให้เป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะเร็วกว่านั้นไม่ได้ เนื่องจากเตรียมการไม่ทัน
เมื่อเลือกตั้งแล้ว กกต.ต้องประกาศผลภายใน 60 วัน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 24 เมษายนปี 62 จากนั้นการเปิดระชุมสภาครั้งแรก จะมีขึ้นภายใน 15 วัน นับแต่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง จะตรงกับวันที่ 8 พฤษภาคม หลังจากนั้นจะมีกระบวนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา รวมถึงลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ราวๆ เดือนมิถุนายนปีหน้า โดยเมื่อ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ คสช.ก็จะสิ้นสภาพไป