ท่าเรือแหลมฉบังถือเป็นประตูการค้าหลักของประเทศ โดยปีพ.ศ.2560 มีปริมาณตู้สินค้าผ่านเข้า-ออกท่าเรือจำนวน 7.67 ล้านตู้และรถยนต์1.2 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.64% โดยจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการจราจรบริเวณโดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง จึงทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเห็นตรงกัน ที่จะมีการสร้างท่าเรือบกหรือ Dry Port ที่จะช่วยเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการตอบสนองการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทย รวมถึงสินค้าของประเทศเพื่อนบ้านผ่านประตูการค้าหลัก ท่าเรือแหลมฉบัง ของประเทศไทย เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV
ต่อมาคือ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น และ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ซึ่งแต่ละแห่งจะใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 1,000-1,800 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณแห่งละ 2,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับต้นทุนที่ดิน แต่คาดว่าทั้ง 4 แห่งจะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.สราวุธ ทรงศิวิไล เผยว่า ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้จะทำรายงานฉบับสมบูรณ์การศึกษาทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบก ให้กระทรวงคมนาคมและนำเสนอคณะกรรมการโลจิสติกส์แห่งชาติภายในเดือนธันวาคมนี้ คาดว่าจะเปิดประมูลได้ปลายปี 2562 เริ่มสร้างที่ จ.ฉะเชิงเทราปี 2563 และเปิดบริการในปี 2567