จากสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกที่สูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว ทำให้ชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อนำมาตากไล่ความชื้นให้ได้ตามที่โรงสีต้องการ โดยเฉพาะชาวนาในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่เก็บเกี่ยวข้าวเจ้าเบา พันธุ์ กข.15 หรือ ข้าวดอ และข้าวหอมมะลิ เพื่อทยอยนำข้าวไปขายให้กับโรงสี ที่ความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 ราคาขายกิโลกรัมละ 14.30 บาท แต่หากเป็นข้าวที่มีความชื้นสูง จะรับซื้อที่กิโลกรัมละ 12 - 13 บาท เป็นที่น่าพอใจสำหรับชาวนา เมื่อเทียบกับปีที่แล้วราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 7-9 บาทเท่านั้น
นางประหยัด ถนัดไถ อายุ 55 ปี หนึ่งในกลุ่มชาวนาแปลงใหญ่ในตำบลชีวาน อำเภอพิมาย เปิดเผยว่า ตนเองได้ทำนาประมาณ 30 ไร่ ใช้เงินลงทุนไปประมาณ 100,000 บาท เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วนำมาขาย พบว่าราคาข้าวปีนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ โดยราคาข้าวปีนี้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถขายได้เฉลี่ยตันละ 15,000 - 17,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับที่ลงทุนไปและยังได้กำไร เพื่อไว้ใช้ลงทุนปีหน้าได้อีกด้วย
ข้าวขึ้นราคาต้องเก็บข้าวเรื้อบริโภคแทน
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลดงกลาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ต่างออกตระเวนเกี่ยวข้าวตก หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า"ข้าวเรื้อ"ในแปลงนาข้าวของเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวแล้ว โดยใช้วิธีการเกี่ยวด้วยเคียวที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวนา ก่อนที่จะนำข้าวซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิที่เก็บเกี่ยวได้ไปตากแดดให้แห้งเพื่อสีเป็นข้าวสารสำหรับบริโภค หรือเก็บเป็นข้าวเปลือกเพื่อเลี้ยงสัตว์ เป็นการลดต้นทุนในการซื้อข้าวสารและข้าวเปลือกเพื่อเป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาข้าวเปลือกโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิขยับราคาสูงขึ้น เฉลี่ยตันละ 12,000-13,000บาท พ่อค้ารับซื้อข้าวที่จ.สุรินทร์ผวาข้าวปลอมปน
นายณัฐวัฒน์ ศิริเลิศหิรัญ เจ้าของบริษัทโรงสีข้าวเลิศหิรัญ 2554 จำกัด พ่อค้ารับซื้อข้าวในเขตพื้นที่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ บอกว่าหลังจากที่กระแสราคาข้าวหอมมะลิพุ่งขึ้นไม่หยุดช่วงนี้ ทำให้มีกระแสข่าวว่ามีการนำข้าวนาปรังมาขายปลอมปนกับข้าวนาปีนั้น ต้องบอกว่าคนที่ทำแบบนี้ ถือว่าเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร เพราะพอมีข่าวว่าข้าวปลอมปนออกไปราคาข้าวก็จะตกต่ำลง ทำให้ข้าวที่ออกมาไม่มีคุณภาพ ฝากเตือนพ่อค้าที่จะลักลอบนำข้าวมาขายปลอมปนควรคิดให้ดีเวลาถูกจับและปรับต้องมีโทษที่สูง และคนที่เสียหายคือพี่น้องเกษตรกร