เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ไอติม : รื้อระบบเกณฑ์ทหาร ไม่ใช่ต้านกองทัพ

05 พ.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) ไอติม : รื้อระบบเกณฑ์ทหาร ไม่ใช่ต้านกองทัพ

"ล่าความจริง" วันนี้ เปิดรายการกันด้วยประเด็นที่คนรุ่นใหม่บางส่วน หรือแม้แต่พรรคการเมืองบางพรรคก็ออกมาเรียกร้องกัน นั่นก็คือการยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหาร คุณผู้ชมที่เป็นแฟนรายการคงยังจำกันได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "น้องไอติม" พริษฐ์ วัชรสินธุ ทีมคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ เพิ่งปลดประจำการจากการเป็นทหารเกณฑ์ผลัด 1 "น้องไอติม" ได้เข้าไปสัมผัสชีวิตในค่ายทหารจริงๆ และแย้มเอาไว้ว่ามีข้อเสนอเกี่ยวกับการปรับระบบการเกณฑ์ทหาร ต่อมาเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ "น้องไอติม" ก็ได้โพสต์เฟสบุ๊ค เสนอแนวคิดว่า น่าจะใช้ระบบ "สมัครใจ" แทนระบบ "เกณฑ์" ซึ่งหมายถึงการบังคับ แต่เนื้อหาที่โพสต์ในเฟสบุ๊คยังไม่ละเอียดมากนัก และยังไม่เห็นที่มาที่ไปของแนวคิดในเรื่องนี้ "ล่าความจริง" จึงไปขอจับเข่าคุยเพื่อให้เข้าใจ "พิมพ์เขียว" ในรายละเอียด ซึ่ง "น้องไอติม" จะเสนอนโยบายนี้ในนามทีมคนรุ่นใหม่ เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์นำไปพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นนโยบายต่อไป แนวคิดการรื้อระบบเกณฑ์ทหารสไตล์ "น้องไอติม" เป็นอย่างไร ไปติดตามจากรายงานพิเศษของ คุณอัญชลี อริยกิจเจริญ

หลังจากใช้ชีวิตในค่ายทหารนานถึง 6 เดือน ทำให้ "ไอติม" หรือ พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ไอเดียดีๆ เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารมากมาย ถึงขั้นเตรียมเสนอเป็นนโยบายเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

เขาบอกว่า จุดเริ่มต้นที่จะเสนอนโยบายนี้ ไม่ใช่แค่เพราะตนเองต้องไปเกณฑ์ทหาร แต่เพราะได้เห็นข่าวความรุนแรงในค่ายทหารหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา เมื่อต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสีเขียว จึงถือโอกาสหาประสบการณ์และข้อมูลที่น่าสนใจ เพราะชีวิตจริงหาไม่ได้จากในตำรา และก็คงมีนักการเมืองไม่กี่คนในประเทศนี้ที่เคยเป็นทหารเกณฑ์

ไอเดียเบื้องต้นที่สรุปได้แบบเร็วๆ ก็คือ "ไอติม" เชื่อว่า ระบบสมัครใจในการเกณฑ์ทหาร น่าจะตอบโจทย์ทุกฝ่ายได้มากกว่าการยกเลิกการเกณฑ์ทหารไปเลย โดยปัญหาเกี่ยวกับระบบการเกณฑ์ทหารที่เขาเก็บข้อมูลมาได้ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก ช่วงการคัดเลือกทหาร สะท้อนความเหลื่อมล้ำในสังคมค่อนข้างสูง นอกจากนี้คนที่จับได้ใบดำ คือไม่ต้องเป็นทหาร ส่วนหนึ่งอาจไม่ใช่เพราะโชค แต่สะท้อนปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งยังคงมีอย่

ถัดมาเป็นช่วงที่เข้าไปอยู่ในค่ายทหารแล้ว มีปัญหาความรุนแรงหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ผู้บัญชาการทหารบกทุกคนสั่งการอย่างเข้มงวด และข้อมูลสุดท้ายที่พบคือ การต้องมาเป็นทหาร ทำให้บุคคลนั้นถูกดึงออกจากตลาดแรงงาน บางคนรายได้น้อยลง บางคนครอบครัวแตกแยก ทั้งหมดนี้ จึงอยากให้มีการประเมินว่า จำเป็นแค่ไหนที่ชายไทยบางส่วนต้องเสียสละขนาดนี้

"ไอติม" บอกอีกว่า จากการเก็บข้อมูลหลายๆ ทาง รวมทั้งสถิติการรับกำลังพลในแต่ละปี และยอดผู้สมัครใจเข้าเป็นทหาร ทำให้เห็นว่ายอดรับกำลังพลสูงขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขกลมๆ อยู่ที่ประมาณ 100,000 คน ซึ่งถือว่ามากเกินกว่ากองทัพใหญ่ๆ ของต่างประเทศ ขณะที่ไทยเองก็ไม่ได้มีสงครามที่ต้องส่งคนไปสนามรบ ปัจจุบันเป็นสงครามเศรษฐกิจ สงครามทางความคิดมากกว่า ส่วนยอดสมัครใจล่าสุดอยู่ที่ 45,000 คน จะทำอย่างไรให้ตัวเลขผู้สมัครใจเพิ่มขึ้น และยอดรับกำลังพลไม่สูงเท่าที่เป็นอยู่ เพื่อปรับองค์กรให้ทันสมัย เรียกว่า "จิ๋วแต่แจ๋ว"

การจะทำข้อเสนอนี้ให้สำเร็จ ก็ต้องปรับปรุงเรื่องรายได้และสวัสดิการของพลทหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสุดท้ายยังวนกลับมาที่เรื่องการกำจัดความรุนแรง เพราะปัญหานี้ทำให้ยอดผู้สมัครใจลดลง

อีกหนึ่งข้อเสนอที่ต้องบอกว่าเร้าใจอยางยิ่ง คือ การเปิดให้บุคคลภายนอกเป็น "ตัวแทนภาคประชาชน" เข้าไปตรวจสอบและรับฟังเรื่องร้องเรียนในค่ายทหารได้ เหมือนที่ประเทศเยอรมนีมี "ผู้ตรวจการกองทัพ" หรืออย่างสิงคโปร์ หลังการฝึกก็อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือได้ในเวลาที่จำกัด เพราะเมื่อมีช่องทางสื่อสาร ก็จะลดการสร้างความรุนแรงลงได้ หรือที่รัสเซีย ลดระยะเวลาการเกณฑ์ทหารลงจาก 2 ปี เหลือ 1 ปี สามารถตัดเรื่องความไม่พอใจของรุ่นพี่ที่จะเอาไประบายกับรุ่นได้

ไอติม ยังบอกว่า อยากเข้าพบ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนำเสนอเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่านโยบายที่กลั่นกรองออกมาไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือความไม่พอใจในการทำรัฐประหารเหมือนที่หลายคนแสดงออก โดยเขาเห็นว่าสองเรื่องนี้ต้องแยกออกจากกัน เพราะการจะทำนโยบายให้สำเร็จ ต้องร่วมมือหาทางออกให้กองทัพ ไม่ใช่แค่พูดให้ยกเลิกเพียงอย่างเดียว

นี่คือนโยบายปฏิรูประบบเกณฑ์ทหารของ "ไอติม" และทีมคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ ที่เตรียมจะเสนอให้พรรคในเร็วๆ นี้ ส่วนผลลัพธ์จะหัวหรือก้อย อีกไม่นานคงได้รู้กัน


ข่าวล่าสุด