การลงประชามติเมื่อวาน เป็นผลมาจากกระบวนการที่ดำเนินมาตั้งแต่ 30 ปีก่อน เพื่อหาทางยุติความรุนแรงที่ดำเนินมานานหลายปีระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนและคัดค้านการแยกตัวออกจากฝรั่งเศส ซึ่งปรากฏว่า กลุ่มที่คัดค้านการประกาศเอกราชมีมากเกือบ 64 % หลังจากนับไปแล้ว 80,990 เสียงจากที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสิ้น 174,000 คน
มาครงบอกว่าในเรื่องอนาคตของหมู่เกาะในแปซิฟิกใต้แห่งนี้ คงไม่มีเส้นทางอื่นนอกจากการพูดคุยกัน โดยนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสก็จะหารือเรื่องแผนการต่าง ๆ ในอนาคตกับเจ้าหน้าที่ของนิวคาเลโดเนีย แต่การที่ฝรั่งเศสส่งเเงินมาสนับสนุนอาณานิคมแห่งนี้ ปีละ 1,500 ล้านดอลล่าร์ ทำให้เกิดความวิตกว่า เศรษฐกิจของหมู่เกาะจะได้รับผลกระทบ ถ้าแยกตัวออกไป