ตามที่พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ประมาณ 1,800 ไร่ บริเวณภูขี้ไก่ รอยต่อของอ.หล่มเก่า และอ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2561 มีการเปิดตัวโครงการสวนน้ำแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุด ในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งที่กำลังอยู่ในกระบวนการเพิกถอนโฉนดของกรมที่ดินและเป็นคดีอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วพบว่า กรมป่าไม้ ได้มีหนังสือที่ ทส 1612.2/7959 ลงวันที่ 23 มิ.ย. 2549 ถึงอธิบดีดีเอสไอ เรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดิน แจ้งว่าเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบนภูขี้ไก่ พบมีการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน และมีการนำเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่กรมป่าไม้ พิจารณาจากสภาพพื้นที่ เห็นว่าเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 โดยมีสภาพป็นเขาสูงชัน เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ชั้น 1 บี และชั้น 2 พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นป่าสมบูรณ์ และขอให้ดีเอสไอ ดำเนินการกรณีดังกล่าว
อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า คณะกรรมการคดีพิเศษ ได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 5/2550 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2550 ให้เป็นคดีพิเศษที่ 96/2550 และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ได้สืบสวนสอบสวนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของศาล ในทางวิเคราะห์แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการออกเอกสารสิทธิดังกล่าว และเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดีเอสไอ ได้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. 2551 และเนื่องจากผลการสอบสวนที่พบว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบดังกล่าว ดีเอสไอ จึงได้มีหนังสือ ลงวันที่ 23 ก.ค.2552 แยกเรื่องส่งให้กรมที่ดิน ไปพิจารณาดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าวอีกส่วนหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ดีเอสไอ ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายข้างต้นแล้ว ดีเอสไอ โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษพื้นที่ภาค 6 ซึ่งมีภารกิจด้านการข่าว และการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษในพื้นที่ดังกล่าว ก็ได้รับแจ้งเบาะแสถึงกรณีกลุ่มนายทุนต่างชาตินำเงินมาลงทุนซื้อที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชันสูง มีการสร้างสิ่งปลูกสร้าง และปรับพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ จึงรับเรื่องไว้สืบสวน เป็นสำนวนสืบสวนที่ 213/2561 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าพื้นที่เกิดเหตุยังมีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินป็นหลักฐานแสดงกรรมสิทธิอยู่ โดยบางแปลงเป็นพื้นที่มีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามปกติไม่อาจออกเอกสารสิทธิได้ และบางแปลงเป็นการอ้างการครอบครองต่อเนื่องโดยไม่มีเอกสาร ส.ค.1 และไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน คงมีที่ดินเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังไม่พบหลักฐานว่าออกโดยขัดหลักเกณฑ์การออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน
นอกจากนั้น จากการลงพื้นที่ยังได้พบกลุ่มบุคคลที่พักอยู่ในบริเวณดังกล่าวมีพฤติการณ์ส่อไปในทางสร้างลัทธิหรือความเชื่อใหม่ๆ โดยใช้ชื่อว่า "ชุมชน ธะธรรมชาติ" ซึ่งดีเอสไอ จะเร่งสืบสวนว่าเป็นความผิดอาญาที่เข้าข่ายตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 หรือไม่ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป