เนชั่นทีวี

ข่าว

IBM ทุ่มเงิน 34,000 ล้านดอลลาร์ซื้อกิจการ Red Hat

29 ต.ค. 2561 | jirasin_yin

IBM ทุ่มเงิน 34,000 ล้านดอลลาร์ซื้อกิจการ Red Hat

IBM ทุ่มเงิน 34,000 ล้านดอลลาร์ซื้อกิจการ Red Hat ซึ่งเป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการ Linux นับเป็นการใช้เงินมากที่สุดตั้งแต่ที่บริษัทเคยหำกนินการมราผ่านมา รวมทั้งเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่จะทำให้ตลาดคลาวด์เปลี่ยนไปครั้งใหญ่


ในการซื้อขายครั้งนี้ มีค่าพรีเมี่ยมสูงถึง 63% จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 116.68 ดอลลาร์ แต่ขณะเดียวกันก็สร้างหนี้เพิ่มขึ้นในการเข้าซื้อ Res Hat ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ Dow Jones Futures และ S&P Futures ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องในเช้าวันจันทร์ิ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ยังคงให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ติดลบนับตั้งแต่ต้นปีนี้ที่ 0.1% และ 0.6% ตามลำดับ ส่วนดัขนี Nasdaq ใฟ้ผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นบวกเหลือเพียง 3% 


1.    International Business Machine (IBM) ทำข้อตกลงเข้าซื้อกิจการของ Red Hat บริษัทผู้ผลิตระบบปฏิบัติการ Linux ในวงเงิน 34,000 ล้านดอลลาร์ หรือในราคามูลค่าหุ้นละ 190 ดอลลาร์ นับเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่จะทำให้ตลาดคลาวด์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
โดยการซื้อขายครั้งนี้ มีค่าพรีเมี่ยมสูงถึง 63% จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 116.68 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาปิดที่ปรับตัวลดลง 3% นับจากต้นปีนี้

2.   ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เชื่อว่า การเข้าซื้อกิจการ Red Hat จะทำให้ IBM ซึ่งเป็นบริษัทเาแก่ที่มีอายุถึง 107 ปี จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการคลาวด์ และยอดขายผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบปฏิบัติการ Linux ของ Red Hat ในตลาดทั่วโลก ที่มีมูลค่าถึง 3,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปีนี้
IBM มีฐานะงืนสด 14,700 ล้านดอลลาร์ เมื่อสิ้นสุดไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ขณะที่มีฐานะหนี้สูงถึง 46,900 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการเข้าซื้อ Res Hat ครั้งนี้เป็นมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์ เท่ากับมีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก 20,000 ล้านดอลลาร์ 

3.   ในการเข้าซื้อกิจการ Res Hat ของ IBM อาจจะส่งผลกระทบต่อการถูกเขย่าเรทติ้งของบริษัทจากระดับ A+/A1 ลงสู่ระดับ BBB เนื่องจากภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น 20,000 ล้านดอลลาร์ดังกล่าว
ขณะที่ฐานะการเงินในระยะยาวนั้น  Red Hat มีรายได้ 3,200 ล้านดอลลาร์ และมีกำไร 603 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ว่า ตะมมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 3,900 ล้านดอลลาร์ และมีกำไน 1,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 ในขณะที่ IBM อาจจะมีฐานะทางการเงินใหญ่กว่าถึง 31 เท่า

4.    สำหรับการซื้อขายในตลาดหุ้นล่วงหน้าของวอลล์สตรีทในเช้าวันจันทร์เด้งในแดนบวกเล็กขากเมื่อวันศุกร์เพียง 0.12% หลังจากที่ดัชนีหุ้น Nasdaq ดิ่งลง 11% เฉพาะในเดือนตุลาคม
นำโดยหุ้น Amazon ที่ดิ่งลงถึง 20% จากระดับสูงสุดที่ทำให้มูลค่า Market Cap ที่พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์มาแล้ว ลดลงสู่ระดับ 800,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

5.   ขณะที่ Dow Jones Futures และ S&P Futures ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องในเช้าวันจันทร์ิอีก 0.18% และ 0.11% ตามลำดับ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ยังคงให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ติดลบนับตั้งแต่ต้นปีนี้ที่ 0.1% และ 0.6% ตามลำดับ
ส่วนดัขนี Nasdaq ใฟ้ผลตอบแทนการลงทุนที่เป็นบวกเหลือเพียง 3% หลังจากที่เป็นไฮไลท์ของการลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ให้ผลตอบแทนเป็นเลข 2 หลักตั้งแต่ต้นปี 2018

ข่าวล่าสุด