เนชั่นทีวี

ข่าว

แรงเทขายหุ้นของนักลงทุนยังกระหน่ำตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยดาวโจนส์ปิดร่วง 608 จุดเมื่อวันพุธ

25 ต.ค. 2561 | te

แรงเทขายหุ้นของนักลงทุนยังกระหน่ำตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยดาวโจนส์ปิดร่วง 608 จุดเมื่อวันพุธ

แรงเทขายหุ้นของนักลงทุนยังกระหน่ำตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยดาวโจนส์ปิดร่วง 608 จุดเมื่อวันพุธ ท่ามกลางความวิตกแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอาจชะลอตัว หลัง Beige Book ของเฟดระบุว่า ภาคธุรกิจค้าปลีกสหรัฐได้รับต่อผลกระทบของางครามการค้า

การดิ่งตัวของตลาดหุ้นเอเชียหลักๆ ตามทิศงทางวอลล์สตรีทในเช้าวันพฤหัสฯ โดยที่ดัชนี Nikkei 225 ญี่ปุ่นดิ่งลง ปิดร่วงลง 822.45 จุด หรือ 3.72% หั่งเส็ง ฮ่องกง ร่วงลงมากกว่า 483 จุดหรือกว่า 2% ยกเว้นดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ร่วงลง 62.37 จุด หรือ 2.4% ในช่วงเช้านี้ ก่อนปิดตลาดปรับตัวขึ้น 0.50 จุด หรือ 0.02%

ในตลาดซื้อขายหุ้นล่วงหน้าช่วงบ่ายวันนี้ได้ฟื้นตัวขึ้น โดยมีรายงานข่าวทีมปกป้องตลาดของสหรัฐเริ่มเข้าแทรกแซง ผลักดัน Dow Futures กลับมาบวกที่ 211 จุดหรือ 0.85% ขณะที่ S&P Futures บวก 0.71% และ Nasdaq Futures บวก 1.24% หลังจากที่อัตราผลตอบแทนการลงทุนเริ่มติดลบแลัว

1. ดัชนีดาวโจนส์เปิดตลาดดร่วงลงทันทีกว่า 600 จุด โดยซื้อขายในแดนลบคลอดการซื้อขายเมื่อสันพุธ เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่จะชะลอตัวลง หลังยอดขายบ้านใหม่ดิ่งลง 5.5% ในเดือนกันยายน เป็นการลดลงติดต่อกัน 4 เดือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกางสหรัฐ (เฟด)

รวมทั้งรายงานเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ของเฟดทั้ง 12 เขต ซึ่งพบว่า ภาคธุรกิจสหรัฐหวั่นผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนที่อัตรา 25% ส่งผลต่อต้นทุนและกำลังซื้อในที่สุด

โดยที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 24,583 ร่วงลง 608 จุด หรือติดลบ 2.41% หลังจากที่ร่วงลงระหว่างเทรดในวันอังคาร โดยลึกถึง 550 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,656 ร่วงลง 84.59 จุด หรือลบ 3.09% ซึ่งธุรกิจ 70% มีการปรับฐานราคาจากแรงเทขายของนักลงทุน



2. ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,108 ดิ่งลง 329.14 จุด หรือลบ 4.43% จากแรงทิ้งหุ้นอย่างหนักในกลุ่ม FANG รวมทั้งหุ้นของ Texas Instrument ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด

ขณะที่หุ้น Apple ร่วงลง 3.4% หุ้น Amazon ดิ่งลง 5.9% หุ้น Facebook ร่วงลง 5.4% หุ้น Alphabet บริษัทแม่ของกูเกิล ร่วงลง 5.1% หุ้น Netflix ดิ่งลง 9.4% หุ้น Microsoft ร่วงลง 5.3% และหุ้น Intel ร่วงลง 4.6% และหุ้น AT&T ดิ่งลง 8%

รวมถึงหุ้น Texas Instrument ที่ดิ่งลงถึง 8.2% หลังจากประกาศรายได้ไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลง 6.6% ซึ่งเป็นการลดลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2014



3. ลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงอย่างหนักติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมานั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ก็ยังไม่มีสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยในขณะนี้ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังไม่ได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นร่วงลง

สำหรับกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์เฟดก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในนโยบายของเฟด หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หลายครั้ง โดยล่าสุดได้กล่าวโจมตีถึงการที่ประธานเฟดได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย



4. การดิ่งตัวของตลาดหุ้นเอเชียหลักๆ ตามทิศงทางวอลล์สตรีทในเช้าวันพฤหัสฯ โดยที่ดัชนี Nikkei 225 ญี่ปุ่นดิ่งลง ปิดร่วงลง 822.45 จุด หรือ 3.72% หั่งเส็ง ฮ่องกง ร่วงลงมากกว่า 483 จุดหรือกว่า 2%

และดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ร่วงลง 62.37 จุด หรือ 2.4% ในช่วงเช้านี้ แต่มาปิดตลาดปรับตัวขึ้น 0.50 จุด หรือ 0.02% หลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เพื่อจะรักษาสภาพคล่องในตลาดตามข้อตกลง reverse repo อายุ 7 วันในวงเงิน 100,000 ล้านหยวน ที่อัตราดอกเบี้ย 2.55%



5. หลังจากที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทถูกแรงเทขายอย่างหนัก และมีปัจจัยเสี่ยงที่มากขึ้นซึ่งเป็นการบ่งชี้ทิศทางเสี่ยงขาลงของตลาดหุ้นนั้น โดยที่ทั้งดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ที่พลิกให้ผลตอบแทนที่ติดลบแล้วทั้ง 2 ดัชนีหลัก ส่วนดัชนี Nasdaq ยังให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกเพียง 3% นับจากต้นปีจนถึงเดือนตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ในตลาดซื้อขายหุ้นล่วงหน้าช่วงบ่ายวันนี้ได้ฟื้นตัวขึ้น โดยมีรายงานข่าวทีมปกป้องตลาดของสหรัฐเริ่มเข้าแทรกแซง หลังดัชนีหุ้นหลักในวอลล์สตรีทได้หลุดแนวรับ (Support) ที่เป็นเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน โดยผลักดัน Dow Futures กลับมาบวกที่ 211 จุดหรือ 0.85% ขณะที่ S&P Futures บวก 19.00 จุดหรือ 0.71% และ Nasdaq Futures บวก 85 จุดหรือ 1.24%


ข่าวล่าสุด