แม้ราคาข้าวหอมมะลิวันนี้จะอยู่ที่ 18,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่ชาวนาพอใจ แต่ในอนาคตก็จำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือป้องกันราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากมีคู่แข่งประเทศเพื่อนบ้านเช่นเวียดนาม และกัมพูชาที่พัฒนาสายพันธุ์ข้าว จนมีคุณภาพใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิของไทยและส่งออกในราคาที่ต่ำกว่า 100 - 150 ดอลล่าร์ต่อตัน
นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ร้อยตำรวจโท เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ บอกว่า ชาวนาต้องเตรียมพร้อมปรับตัวให้ทันตลาดโลกที่แข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น และจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ให้สูงขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในข้าวหอมมะลิไทยให้กลับคืนมา "เป็นการถกเถียงแลกเปลี่ยนกันอย่างคึกคัก ระหว่างตัวแทนเกษตรกร หน่วยงานราชการและนักวิชาการในการร่วมกันหาทางออกชาวนาไทย ในภาวะการแข่งขันการตลาดที่สูงมากในเวลานี้" ผู้สื่อข่าวระบุ
นายกสมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว เกษม ผลจันทร์ บอกว่าหนึ่งในปัญหาของชาวนาคือเมื่อข้าวพันธุ์ไหนปลูกได้ราคาก็แห่กันไปปลูกข้าวพันธุ์นั้นทั้งหมด ทำให้ราคาตกเพราะผลผลิตมีเกินความต้องการ สะท้อนว่าประเทศไทยยังขาดแผนในการปลูกข้าว จึงต้องเร่งพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไทยให้สู้กับข้าวประเทศเพื่อนบ้านซึ่งพัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ไปหลายสายพันธุ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศไทยในช่วง 10 ปีมีการพัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ได้เพียงสายพันธุ์เดียว สอดคล้องกับนักวิชาการเกียรติคุณ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ นิพนธ์ พัวพงศกร ที่เสนอให้ปฏิรูประบบวิจัยภาครัฐ ให้เป็นการปรับปรุงพันธุ์ที่เน้นความต้องการของตลาด เพราะเมื่อพิจารณาสาเหตุการขาดทุนของชาวนา มาจากต้นทุนและค่าจ้างแรงงานสูง การเปลี่ยนแปลงอากาศ และคุณภาพเมล็ดพันธุ์ในขณะที่ชาวนาทุกคนต่างมีต้นทุนไม่เท่ากัน เมื่อราคาข้าวตกจึงทำให้ไม่ทราบจำนวนชาวนาที่ได้รับผลกระทบที่ต้องการความช่วยเหลือที่แท้จริงความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 42 จังหวัดตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา และข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นักวิชาการเหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมรวบรวมสรุปความคิดเห็นเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในเดือนธันวาคม และเตรียมกำหนดเป็นแผนข้าวครบวงจรปีหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพและราคาข้าวไทย ให้กลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก