จากนั้นทางตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่านายนรพร ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ได้นั่งมึนเมาอยู่บริเวณริมทางเท้าหน้าร้านถ่ายภาพสปายดิจิตอล ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ จากนั้นได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 3 คน ได้มารุมทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนต่อ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเอาไว้ได้
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันทำร้ายนายนรพรจริง และได้เอาทรัพย์สินเป็นนาฬิกาและพวงกุญแจ ไปจากผู้เสียหาย โดยหลังจากผู้ต้องหาทั้งสามคนเดินกลับมาจากดื่มสุราได้เดินผ่านมาบริเวณที่เกิดเหตุ และพบผู้เสียหายนอนอยู่ โดยพบว่าหน้าตาคล้ายคู่อริที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ซึ่งนายทรงเดช เคยถูกคู่อริแทงเข้าที่บริเวณหน้าอก เมื่อเห็นว่าหน้าคล้ายคู่อริ ที่เคยทำร้ายจึงได้ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายและขโมยทรัพย์สินดังกล่าว
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาพบว่า นายพีรวิชญ์ มีประวัติก่อคดีประทุษร้ายเกี่ยวกับทรัพย์ , ชิงทรัพย์ ทั้งหมด 7 ครั้ง ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน เมื่อปี 2558 โดย 2 คดีศาลได้ตัดสินไปแล้ว ส่วนอีก 5 คดีอยู่ระหว่างการดำเนินคดี
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายสาหัส จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายพีรวิชญ์ นายเฉลิมเกียรติ และนายทรงเดช ไปชี้จุดเพื่อประกอบคำรับสารภาพบริเวณ ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ