และล่าสุด คดีหลานชายวัย 21 ปี เตะยายแท้ๆ วัย 71 ปีของตัวเอง จนกลิ้งตกบ้าน และช้ำในตาย สาเหตุเพียงเพราะขอเงิน 5,000 บาทเพื่อไปหาแฟนที่เชียงใหม่แล้วยายให้ไม่ครบ ซึ่งล่าสุดตำรวจติดตามจับกุมหลานชายคนนี้ได้แล้ว พบประวัติเสพยาบ้าด้วย
คำถามก็คือ สังคมเรากำลังเกิดอะไรขึ้น ทำไมวัยรุ่นและเยาวชนของเราถึงก่อเหตุรุนแรงมากมายขนาดนี้ เราพูดคุยกับ แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ จากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ คุณหมอศุทรา เคยทำวิจัยเรื่องปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่น โดยเฉพาะนักเรียนอาชีวะ คุณหมอบอกว่า ปัจจัยที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นก่อความรุนแรงมีหลายปัจจัย ทั้งตัวเด็กเอง ก็คือพัฒนาการทางด้านร่างกาย ตลอดจนพัฒนาการทางด้านความคิดและอารมณ์ ซึ่งถ้ายังไม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ พัฒนาการด้านความคิดจะยังขาดความยับยั้งชั่งใจ รวมไปถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม โรงเรียน ครอบครัว ถ้าเด็กอยู่ในสังคมที่มีความรุนแรง เด็กก็อาจมีพฤติกรรมเลียนแบบ
นอกจากนั้น ในยุคนี้มีอีกหนึ่งปัจจัยที่มีอิธิพลกับเด็ก คือ "สื่อโซเชียล" ถึงแม้เด็กจะไม่ได้ปะทะโดยตรงกับเหตุการณ์ต่างๆ แต่ก็เข้าถึงง่าย ทำให้เกิดการเลียนแบบได้ไม่ยาก
คุณหมอศุทรา ยังตั้งข้อสังเกตว่า บ้านเราทุกวันนี้ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าตัวเลขความรุนแรงเทียบกับอดีตแล้วต่างกันมากน้อยแค่ไหน แต่ทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นหมด ส่วนประเทศไทยยังไม่มีระบบการรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากพอ สถิติถูกเก็บไว้ที่ใครที่มัน แยกออกเป็นความรุนแรงในโรงเรียน สถิติก็อยู่ที่โรงเรียนหรือกระทรวงศึกษาฯ ความรุนแรงที่เป็นคดีความก็อยู่ที่สถานีตำรวจ ความรุนแรงที่ทำให้บาดเจ็บ ก็อยู่ในโรงพยาบาล คือไม่มีเจ้าภาพในการรวบข้อมูลให้เป็นชุดข้อมูลกลาง
คุณหมอศุทรา ฝากทิ้งท้ายว่า เมื่อเกิดเหตุกาณ์ความรุนแรงขึ้น สังคมก็มักจะก่นด่าคนกระทำ โดยลืมนึกถึงปัจจัยต่างๆ ที่หล่อหลอมให้เด็กต้องกระทำผิด ยิ่งเด็กถูกซ้ำเติมมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการผลักดันให้เขากระทำผิดต่อเนื่องมากขึ้น ถ้าเรามองปัญหาให้เห็นทุกมิติทั้งระบบ เราต้องกลับมารับผิดชอบร่วมกัน ยอมรับให้ได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ สังคมแวดล้อมก็มีส่วนทำให้เกิดด้วยเช่นกัน