นางเขมนิจ มารดาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกชายไม่เคยมีเริ่องขัดแย้งกับใคร และในวันเกิดเหตุหลังจากเลิกงานส่งเคอร์รี่ได้มาช่วยงานที่ร้านตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 21.30 น.ขณะที่ให้ลูกไปยกถังน้ำห่างจากร้านไม่กี่เมตร เดินไปไม่ถึง 10ก้าวคนร้ายได้ที่จอดรถจยย.ได้ปรี่เข้ามากระหน่ำยิงทันทีก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ทันได้สังเกตุ เพราะปกติแล้วก็จะมีแต่ลูกค้าที่เข้ามาสั่งอาหาร ซึ่งวันเกิดเหตุลูกชายก็สวมยูนิฟอร์มของเคอร์รี่ไม่ใช่ชุดของสถาบันการศึกษาแต่อย่างไร หลังเกิดเหตุได้คุยกับเพื่อนลูกบ้างทุกคนยืนยันว่าคนร้ายเป็นคู่อริต่างสถาบัน แต่ครอบครัวเราอยู่กันแบบครอบครัวจริงๆ จะไปไหนมาไหนลูกจะบอกทุกครั้ง เมื่อกลับดึกก็ต้องโทรบอก
ด้านนายนฤดม บิดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ไม่เคยทราบว่าลูกมีปัญหากับใครมาก่อนหรือเปล่า แต่เมื่อกลางปีที่แล้ว ขณะที่ร้านเก่าขายอยู่ที่ลาดพร้าว ได้มีคนขับ จยย.มาวนเวียนที่หน้าบ้านหลายครั้ง ลูกชายก็สังเกตุเห็นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยจึงขอย้ายไปพักที่บ้านเพื่อน กระทั่งพึ่งมาเซ้งร้านที่นี้ได้เพียง 2 เดือน ลูกชายได้โพสต์เฟซบุ๊ค ย้ายร้านใหม่ให้เพื่อนทราบว่า “เราพร้อมขาย คุณพร้อมกินหรือยัง” ซึ่งเป็นการโพสต์ชวนเพื่อนที่รู้จักมาทานที่ร้าน คาดว่าคนร้ายที่ตามสืบหาตัวลูกชายคงทราบพิกัดแล้วตามมาก่อเหตุ
“อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีประโยชน์ที่แก้แค้นกันไปมา อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ลูกจะได้ไปแบบสบายใจไม่ต้องกังวล ส่วนศพลูกชายจะนำไปบำเพ็ญกุศลสวอภิธรรมเป็นเวลา 3 วันที่วัดสาคร(สุ่น)ประชาสรรค์”นายนฤดม กล่าว