เครื่องบินแอร์บัส เอ-350-900 ยูอาร์แอล เที่ยวบิน เอสคิว-22 ออกจากสนามบินชางงีราว 23.35 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น พร้อมด้วยผู้โดยสาร 150 คนและลูกเรือ 17 คน และเดินทาง 16,700 กม.ไปถึงสนามบินนวร์ก ลิเบอร์ตีในนครนิวยอร์กของสหรัฐแบบไม่หยุดพักโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 17 ชม, 25 นาที เร็วกว่าที่ประเมินไว้ว่าจะใช้เวลาเกือบ 19 ชม.
เครื่องบินลำนี้ถูกออกแบบให้รองรับผู้โดยสารได้ 161 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 67 ที่นั่ง และชั้นประหยัดบริการพิเศษ 94 ที่นั่ง โดยไม่มีชั้นประหยัด และด้วยช่วงเวลาเดินทางที่ยาวนานค่อนวัน ทางสายการบินได้จัดเตรียมรายการบันเทิงทั้งภาพยนตร์และรายการทวีที่รวมเวลาเกือบ 1,200 ชม.ให้ผู้โดยสารเลือกรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน และยังมีเมนูอาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายให้ผู้โดยสารได้รับประทาน
สิงคโปร์ แอร์ไลน์ เคยให้บริการเที่ยวบินตรงไม่หยุดพักจากสิงคโปร์ถึงนิวยอร์ก และเที่ยวบินไปลอสแองเจลิส แต่ยกเลิกในปี 2556 เนื่องจากน้ำมันมีราคาแพง และเครื่องบินรุ่น เอ340-500 ที่ใช้เป็นแบบ 4 เครื่องยนต์ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน
การกลับมาเปิดเที่ยวบินสิงคโปร์-นิวยอร์กอีกครั้งทำให้สามารถล้มสถิติเที่ยวบินไกลที่สุดในโลก ของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ที่บินจากเมืองโอ๊กแลนด์ของนิวซีแลนด์ไปกรุงโดฮาของกาตาร์โดยไม่หยุดพักระยะทางเกือบ 15,000 กม.ด้วยเวลา 17 ชั่วโมง 40 นาทีเมื่อปีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ มองว่า ต่อจากนี้จะเป็นการแข่งขันระหว่างสายการบินเพียงไม่กี่แห่งในตลาดเที่ยวบินข้ามทวีปที่ไกลที่สุด และมีรายงานว่า สายการบินแควนตัสกำลังพิจารณาเปิดเที่ยวบินซิดนีย์-ลอนดอนที่จะใช้เวลาเดินทางถึง 20 ชม.ในปี 2022 ด้วย
สิงคโปร์ แอร์ไลน์ เป็นสายการบินแรกในโลกที่ให้บริการด้วยเครื่องบิน เอ-350-900 ยูอาร์แอล ที่สามารถเดินทางได้ระยะไกล โดยเพิ่งรับมอบเครื่องบินลำแรกเมื่อเดือนก.ย. และอีก 6 ลำจะได้รับภายในสิ้นปีนี้ และสายการบิน คาดหวังให้เที่ยวบินระยะไกลเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการต่อสู้กับสายการบินอื่นๆในช่วงที่ตลาดมีการแข่งขันสูงมาก
การปัดฝุ่นเส้นทางสิงคโปร์-นิวยอร์กอีกครั้งถือเป็นอีกก้าวของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ที่จะพยายามครองส่วนแบ่งในตลาดการบินในสหรัฐมากยิ่งขึ้น โดยตามแผนธุรกิจยังเตรียมเปิดเส้นทางบินแบบไม่หยุดพักไปยังลอสแองเจลิสอีกครั้ง และเพิ่มเที่ยวบินแบบไม่หยุดพักไปยังซานฟรานซิสโกในเดือนหน้าด้วย