สาเหตุที่คนรุ่นใหม่ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะระบบการเลือกตั้งใหม่ใช้ ระบบบัตรเดียวเรียกว่าระบบจัดสรรปันส่วนผสมคะแนนที่ได้จาก ส.ส.เขต จะถูกนำไปคำนวณเป็นสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ด้วย และไม่ใช่เฉพาะคะแนนที่ชนะ แต่รวมถึงคะแนนของผู้สมัคร ส.ส.เขตที่พ่ายแพ้ เรียกว่าคะแนนตกน้ำด้วย ภายใต้หลักการที่เรียกว่าทุกคะแนนมีความหมายจุดนี้เองที่ทำให้คะแนนคนรุ่นใหม่เป็นที่สนใจของพรรคการเมืองทุกพรรค โดยคะแนนกลุ่มนี้มาจาก 3 แหล่งด้วยกัน คือ แหล่งที่ 1 จากคนที่นิยมเลือกพรรคทางเลือกใหม่ๆเช่น คนที่เคยเลือก พรรครักประเทศไทยของชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หรือพรรคนอกกระแสอื่นๆ คะแนนก้อนนี้อยู่ที่ราวๆ 900,000 คะแนน แหล่งที่ 2 มาจากคนที่เคยกาโหวตโนคือไม่เลือกใครเลย กับกลุ่มที่จงใจทำบัตรเสียเพราะไม่ชอบผู้สมัครของพรรคการเมืองไหนเลย จากสถิติการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ พบว่า คน 2 กลุ่มนี้มีประมาณ 1,500,000 คนซึ่งกูรูการเมืองประเมินว่า หากการเลือกตั้งครั้งหน้ามีผู้สมัครที่เป็นทางเลือกที่ดีพอ ในนิยามของความใหม่ก็อาจได้คะแนนจากคนกลุ่มก้อนนี้ไป แหล่งที่ 3 คะแนนจากนิวโหวตเตอร์หรือผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนครั้งแรก คือพวกที่เพิ่งอายุครบ 18 ปี สามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ นับย้อนจากปี 54 ที่มีการเลือกตั้งทั่วไปแบบไม่โมฆะครั้งสุดท้าย จนถึงปีหน้าปี 62 ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ รวม 7 ปี ปีหนึ่งถ้าคิดตามสถิตการเกิด จะมีคนหน้าใหม่มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 1 ล้านคน รวม 7 ปี ก็ประมาณ 7 ล้านคน ทั้ง 3 แหล่งนี้รวมกันแล้วจะเห็นว่ามีคะแนนเสียงให้แย่งกันถึงกว่า 9 ล้านคะแนน หรือเกือบๆ 1 ใน 3 ของสถิติผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งกันเลยทีเดียว