เริ่มจากรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่บอกว่า ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะใช่กลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟีย แต่เป็นการทะเลาะกันเองของวัยรุ่น เพราะที่ผ่านมาได้กวาดล้างจับกุมผู้มีอิทธิพลมาโดยตลอด ส่วนการเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สอดคล้องกับรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ ที่บอกว่า จากการสืบสวนขยายผลยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งของวัยรุ่น 2 กลุ่ม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล ขอให้สบายใจได้
ขณะที่รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโท สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น หรือ "บิ๊กบัว" บอกว่า ผู้มีอิทธิพลที่พูดถึงกัน ไม่ได้มีอำนาจในพื้นที่แล้ว เพราะหมดอิทธิพลไปนานแล้ว และตัวผู้มีอิทธิพลเองก็ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ ไม่มีทางที่จะทำให้คดีนี้ยุ่งยากยุ่งเหยิงได้ ยืนยันว่าสาเหตุของการวิวาทถึงขั้นยิงกัน มาจากความขัดแย้งกันเองของสองกลุ่มพลตำรวจโท สุทธิพงษ์ ยังบอกด้วยว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะทยอยเข้ามอบตัวเรื่อยๆ โดยอาวุธปืนที่ใช้และพบหลักฐานในที่เกิดเหตุ มีประมาณ 4-5 ชนิด จำนวนไม่ต่ำกว่า 5 กระบอก หลังจากนี้ต้องตรวจสอบว่าอาวุธปืนทั้งหมดใครเป็นผู้ครอบครองบ้าง ส่วนคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บ และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น อยู่ในฝ่ายที่ใช้อาวุธปืนอาก้า โดยฝ่ายนี้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน